English Conversations การสนทนา

youtuber banner

1. What’s your name? 00:01:22
คุณชื่ออะไร
2. How are you? 00:05:46
คุณสบายดีไหม
3. What are you doing? 00:11:48
ทำอะไรอยู่
4. Are you free? 00:12:45
คุณว่างไหม
5. How often do you exercise? 00:16:11
คุณชอบออกกำลังกายบ่อยแค่ไหน
6. Do you have any brothers and sisters? 00:20:25
คุณมีพี่น้องกี่คน
7. What’s the matter? (Feelings) 00:25:15
คุณเป็นอะไรไหม
8. How’s the weather today? 00:29:43
อากาศเป็นยังไงบ้าง
9. Where is my wallet? 00:33:51
กระเป๋าสตางค์ฉันอยู่ที่ไหน หาไม่เจอ
10. Could you help give me some directions? 00:38:10
คุณช่วยบอกทางให้ฉันได้ไหม
11. I am looking for a pair of trainers(Shopping). 00:42.33
ฉันกำลังมองหารองเท้ากีฬาสักคู่หนึ่ง
12. What do you do? 00:46:40
คุณทำงานอะไร
13. I feel sick. 00:50:51
ฉันรู้สึกไม่สบาย
14. I am going to visit London! 00:55:09
ฉันจะไปเที่ยวเมืองลอนดอน
15. Can you tell me about yourself? 01:00:02
ช่วยเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตัวคุณย่อ ๆ หน่อยได้ไหมครับ
16. Wake up and have a shower! (Daily routine) 01:04:56
ตื่นได้แล้ว ไปอาบน้ำเร็วๆ สิ
17. It’s raining cats a dogs ! (Idioms) 01:09:43
ฝนตกหนักมาก
18. If I won the lottery I would.. (Conditional sentences) 01:14:27
ถ้าฉันถูกหวย ฉันจะ…
19. Get along with, get up, get on, get over 01:19:29
ความหมายต่าง ๆ ของคำว่า get
20. You shouldn’t do that! 01:24:11
คุณไม่ควรทำอย่างนั้น
21. We are going to be late, aren’t we? 01:28:03
พวกเราจะไปถึงสายๆ แน่ ๆ เลย ใช่ไหม
22. dislike, disappointed, misunderstand, redo, impossible 01:32:38
คำที่ใช้คำหน้าคำหลัก
23. What does that mean? 01:36:30
มันหมายความว่าอย่างไร
24. ain’t you? blumin, nutter, whatever! 01:40:44
คำสแลง
25. Have you read the news today? 01:45:00
วันนี้อ่านข่าวหรือยัง
26. Do you have an i-phone? 01:48:50
คุณมีไอโฟนไหม
27. Can you give me some advice? 01:52:59
คุณช่วยให้คำแนะนำกับฉันได้ไหม
28. Do you have any pets? 01:56:50
คุณมีสัตว์เลี้ยงบ้างไหม
29. Let’s go to an art museum. 02:01:04
เราไปพิพิธภัณฑ์ศิลปะกันเถอะ
30. Trip to the beach. 02:05:45
ไปเที่ยวทะเลกัน
31. Getting dressed 02:09:57
การแต่งตัว
32. Do you parents scold you often? 02:14:04
พ่อแม่ด่าคุณบ่อยไหม
33. Surprise! Happy birthday! 02:18:24
สุขสันต์วันเกิด
34. Do you enjoy reading books? 02:22:40
คุณชอบอ่านหนังสือไหม
35. I want to have my own business. 02:26:55
ฉันอยากมีธุรกิจส่วนตัว
36. Can you drive a car? 02:31:20
คุณขับรถเป็นไหม
37. Do you wanna be a celebrity? 02:36:04
คุณอยากเป็นดาราไหม
38. Have you ever done any volunteer work? 02:40:25
คุณเคยทำงานอาสาสมัครไหม
39. Have a crush 02:44:41
แอบชอบ
40. What was your childhood like? 02:49:08
ชีวิตตอนวัยเด็กของคุณเป็นไงบ้าง
41. Do you have any children? 02:53:57
คุณมีลูกไหม
42. I want to move into the countryside. 02:57:54
ฉันอยากย้ายบ้านไปอยู่แถวๆ ชนบท
43. Do you think you’re a fashionable person? 03:02:33
คุณคิดว่าคุณแต่งตัวทันสมัยไหม
44. I am going to study abroad. 03:07:08
ฉันจะไปเรียนต่อต่างประเทศ
45. Do you know your neighbors well? 03:11:34
คุณรู้จักเพื่อนบ้านคุณไหม
46. You complain too much! 03:17:23
คุณขี้บ่นตลอด
47. My treat. 03:22:44
ผมขอเลี้ยงให้
48. My car just got stolen! 03:28:22
รถยนต์ของฉันถูกขโมย!
49. I just moved to England. 03:32:13
ฉันเพิ่งย้ายมาอยู่ที่ประเทศอังกฤษ
50. I’ve met a really sweet girl. 03:37:45
ผมได้เจอผู้หญิงที่น่ารักดี
51. Watch out for the car! 03:43:10
ระวังรถวิ่ง
52. Have you even been in a natural disaster? 03:47:52
คุณเคยประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติไหม
53. I dreamed about you last night. 03:52:16
เมื่อคืนฉันฝันถึงเธอด้วยนะ
54. What’s your favorite TV show? 03:56:53
รายการทีวีที่คุณชอบมากที่สุดคืออะไร
55. How do you study English? 04:02:01
คุณเรียนภาษาอังกฤษอย่างไร
56. You look familiar. 04:06:44
หน้าคุ้นๆ
57. Can you cook? 04:11:30
คุณทำอาหารเป็นไหม
58. Who is your best friend? 04:16:08
ใครคือเพื่อนรักของคุณ
59. Do you enjoy eating healthily? 04:21:13
คุณชอบกินเพื่อสุขภาพไหม
60. Don’t forget to buy a souvenir? 04:26:31
อย่าลืมซื้อของฝากด้วย
61. What’s a Ladyboy, Tomboy? 04:30:58
กะเทยกับทอม คืออะไร
62. Do you have any special talents? 04:34:48
คุณมีความสามารถพิเศษอะไรบ้าง
63. Are you coming to the party? 04:39:38
คุณจะมางานปาร์ตี้ด้วยไหม
64. How do you keep so healthy? 04:43:53
คุณรักษาสุขภาพอย่างไร
65. What kind of hobbies do you enjoy doing? 04:48:00
คุณมีงานอดิเรกอะไรบ้าง
66. Wanna hear a joke? 04:52:42
คุณอยากได้ยินเรื่องตลกไหม
67. Why should we hire you? 04:57:15
ทำไมเราจึงควรจ้างงานคุณ
68. How many languages can you speak? 05:03:17
คุณพูดได้กี่ภาษา
69. What do you look for in a relationship? 05:08:42
สิ่งที่สำคัญในความสัมพันธ์ระหว่างคู่รักคืออะไรสำหรับคุณ
70. Do you wanna get married? 05:13:29
คุณอยากแต่งงานไหม
71. Mind your manners! 05:19:27
ระวังมารยาทหน่อยสิ
72. Do you use a lot of cosmetics? 05:25:18
คุณใช้เครื่องสำอางเยอะไหม
73. What kind of movies are you into? 05:31:31
คุณชอบดูหนังแบบไหน
74. What kind of music are you into? 05:36:44
คุณชอบเพลงแนวไหน
75. I am stuck in traffic jam!? 05:41:44
รถติดอ่ะ
76. Where are you going for New Year’s Eve countdown? 05:46:53
วันสิ้นปีจะไปงานเคาน์ดาวน์ที่ไหน
77. Do you have any tattoos? 05:51:54
คุณมีรอยสักบ้างไหม
78. Can you draw? 05:56:43
คุณวาดรูปเป็นไหม
79. I am a mixed race of English and Thai. 06:01:14
ฉันเป็นลูกครึ่งอังกฤษไทย
80. What religion do you follow? 06:06:04
คุณนับถือศาสนาอะไร
81. Let’s eat out tonight! 06:11:37
เย็นนี้เราไปกินข้างนอกดีป่ะ
82. How will you spend your retirement? 06:16:11
คุณจะใช้วัยเกษียณทำอะไรบ้าง
83. How was school life for you? 06:21:45
ช่วงเวลาวัยเรียนเป็นไงบ้าง
84. I have a secret to tell you. 06:27:16
ฉันมีความลับอยากบอกคุณ
85. Change Jobs 06:31:27
เปลี่ยนงาน
86. Please don’t smoke here. 06:36:48
กรุณาอย่าสูบบุหรี่ที่นี่
87. What sports are you good at? 06:41:12
คุณเก่งกีฬาอะไรบ้าง
88. Who is your favorite superhero? 06:45:54
ใครคือซูเปอร์ฮีโรคนโปรดของคุณ
89. What’s the best way to get around the city? 06:50:13
อะไรเป็นวิธีที่ดีที่สุดเพื่อให้ไปรอบ ๆ เมือง
90. I got fired! 06:55:28
ฉันถูกไล่ออกจากงาน
91. I wish I could go visit America! 06:59:42
อยากไปเที่ยวเอเมริกาจัง
92. What would you do if you won the lottery? 07:04:03
ถ้าคุณถูกหวย คุณจะทำอะไรบ้าง
93. Driver’s license 07:09:03
ใบขับขี่
94. I am a vegetarian. 07:14:24
ฉันกินอาหารเจเท่านั้น
95. How often do you check your Facebook? 07:18:44
คุณเข้าไปใช้เฟสบุ๊คบ่อยแค่ไหน
96. Do you care about politics? 07:23:06
คุณสนใจเรืองการเมืองไหม
97. I love chilling out in coffee shops. 07:28:01
ฉันชอบพักผ่อนในร้านกาแฟ
98. Souvenir 07:32:25
ของฝาก
99. Why are you learning English? 07:36:46
คุณเรียนภาษาอังกฤษทำไม
100. How can I improve my English? 07:42:27
อยากเก่งภาษาอังกฤษ ทำไงดี

English Conversation 1
คุณชื่ออะไร

A – Hi, my name is Chris. What’s your name?

สวัสดีครับ ผมชื่อคริส แล้วคุณชื่ออะไรครับ

B – Hi, my name is Adam. Nice to meet you.

สวัสดีครับ ผมชื่ออดัม ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ

A – Nice to meet you too. Where do you come from?

เช่นกัน คุณมาจากประเทศไหนครับ

B – I come from America and you?

ผมมาจากประเทศอเมริกา แล้วคุณล่ะ

A – I come from England. Excuse me, how old are you?

ผมมาจากประเทศอังกฤษ ขอโทษ คุณอายุเท่าไหร่ครับ

B – I am 29, and you?

ผมอายุ 29 ปี แล้วคุณล่ะ

A – I am 26. What is your job?

ผมอายุ 26 คุณทำงานอะไรครับ

B – I am a manager, and you?

ผมเป็นผู้จัดการ แล้วคุณล่ะ

A – I am a teacher.

ผมเป็นครู

English Conversation 2
สบายดีไหม

A – Hey!

หวัดดี

B – Hey!

หวัดดี

A – How’ve you been?

ช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง

B – I’ve been alright, how about you?

ผมสบายดี แล้วคุณล่ะ

A – I’ve been ok. What are you up to?

ผมก็สบายดีเหมือนกัน ตอนนี้ทำอะไรอยู่

B – I’m just watching some TV, you?

ก็แค่ดูทีวีเฉยๆ แล้วคุณล่ะ

A – I’m free, do you wanna hang out?

ก็ว่างเลย อยากไปเที่ยวกันไหม

B – Sure, come on over.

ได้สิ คุณมาหาเราก่อน

A – OK! Seya in a bit.

โอเค แล้วเจอกันนะ

English conversation 3
ทำอะไรอยู่

A – Hey, what are you up to?

หวัดดี คุณทำอะไรอยู่

B – I’m just chilling out.

ก็พักผ่อนอยู่

A – Do you wanna go for a walk?

อยากออกไปเดินเล่นกันไหม

B – Now?

ตอนนี้เหรอ

A – Yeah. You’re free right?

ใช่แล้ว คุณว่างอยู่ใช่ไหม

B – Yeah, but….I can’t be bothered to go.

ว่าง, แต่…ผมขี้เกียจไปไหนอ่ะ

A – Oh come on! Don’t be so lazy!

เอาน่า อย่าขี้เกียจแบบนี้

B – Ok Ok Ok, I’ll go.

โอเคๆๆ ไปก็ได้

A – Great! Seya soon.

เยี่ยม แล้วเจอกันนะ

English conversation 4

คุณว่างไหม

A – Are you free tonight?

คืนนี้ว่างไหม

B – Sorry, I am busy.

ผมเกรงว่าไม่ว่างนะ ผมยุ่งๆ หน่อย

A – Really? Busy with what?

จริงเหรอ ยุ่งทำอะไรล่ะ

B – Busy with homework.

ยุ่งทำการบ้าน

A – Can you just leave it for one night?

อดทำแค่คืนหนึ่งได้ไหม

B – I guess I could.

ก็คงได้มั้ง

A – Awesome! Let’s go watch a movie.

สุดยอด ให้เราไปดูหนังกันเถอะ

B – Alright, but just tonight, ok?

ได้ แต่แค่คืนนี้เท่านั้นนะ

A – Yeah, just one night.

ใช่แล้ว แค่คืนเดียวเอง

English conversation 5
ไปออกกำลังกายกันเถอะ

A – I’m going for a jog later, wanna come?

ผมจะไปวิ่ง อยากไปด้วยกันไหม

B – How long will you jog for?

จะวิ่งนานแค่ไหน

A – I guess around 1 hour.

ก็สักชั่วโมงหนึ่ง

B – 1 hour! I can’t do it.

หนึ่งชั่วโมงเลยเหรอ ผมไม่ไหวหรอก

A – Well then, how about 30 minutes?

ถ้างั้น 30 นาทีก็ได้

B – That’s more like it.

แบบนี้ดีกว่า

A – You should exercise often you know?

คุณควรออกกำลังกายบ่อยๆ รู้ป่าว

B – Yeah I know, I’m just so busy.

รู้ซิ ผมก็แค่ยุ่งๆ ไม่มีเวลา

A – Get changed, I’ll meet you at the park at 5!

แต่งตัวได้แล้ว เจอกันที่สวน 5 โมงเย็นนะ!

English conversation 6
คุณมีพี่น้องไหม

A – Do you have any brothers and sisters?

คุณมีพี่น้องไหมครับ

B – Yeah, I have 3 older brothers and 1 younger sister, and you?

มีครับ ผมมีพี่ชายสามคน และน้องสาวหนึ่งคน แล้วคุณล่ะ

A – I don’t have any. I’m an only child.

ผมไม่มีพี่น้อง ผมเป็นลูกคนเดียว

B – I see. How is it for you?

เข้าใจล่ะ แล้วเป็นลูกคนเดียว เป็นอย่างไร

A – It’s fine cuz I have lots of friends.

ก็สบายดี เพราะผมมีเพื่อนเยอะ

B – That’s good.

ก็ดีแล้ว

A – But I still think it would be nice to have siblings.

แต่ผมว่าถ้าจะมีพี่น้อง ก็คงเป็นสิ่งที่ดีเหมือนกันนะ

B – Well, not too many, or else it’ll get quite chaotic.

ก็ ไม่เอามากเกินไป ไม่งั้นจะค่อนข้างวุ่นวายไปหน่อย

A – Haha, yeah I bet it does.

ฮ่าๆ น่าจะใช่

English conversation 7
คุณเป็นอะไรหรือเปล่า

A – You look so sad, what’s the matter?

คุณดูเศร้า เป็นอะไรหรือเปล่า

B – I got fired from my job.

ผมถูกไล่ออกจากงาน

A – Oh no! How come?

โอ้แย่แล้ว ทำไมล่ะ

B – I came to work late too often.

ผมไปทำงานสายบ่อยเกิน

A – Well, I am not surprised, because you always watch TV late at night.

ก็ ผมไม่แปลกใจนะ เพราะคุณชอบดูทีวีดึกๆ

B – Yeah, I know, it’s my fault.

ใช่ ผมรู้ ผมผิดเอง

A – Anyways, don’t worry, I’m sure you can find another job soon.

ยังไงก็ ไม่ต้องกังวลนะ ผมมั่นใจว่าคุณสามารถหางานใหม่ได้เร็วๆ นี้

B – Thanks for encouraging me.

ขอบคุณที่ให้กำลังใจนะ

A – No problem! It’s a friend’s duty to do so.

ไม่เป็นไร ก็เป็นหน้าที่เพื่อนนี่ไง

English conversation 8
อากาศเป็นอย่างไรบ้าง

A – How’s the weather today?

วันนี้อากาศเป็นอย่างไรบ้าง

B – It’s hot and sunny.

ร้อนและมีแดด

A – Good weather for a trip to the beach then.

อากาศเหมาะสมที่จะไปเที่ยวทะเล ว่าไหม

B – Sure! Sounds like a good idea.

ใช่แล้ว เป็นความคิดที่ดีมาก

A – Let’s invite a few friends to come too.

งั้นให้เราชวนเพื่อนสักสองสามคนมาด้วย

B – Ok, and how shall we go to the beach?

โอเค แล้วเราจะไปอย่างไร

A – Let’s take a minivan.

นั่งรถตู้ไป

B – How much will it cost per person?

คนละเท่าไหร่

A – I guess around 100 baht.

น่าจะประมาณ 100 บาท

English conversation 9
กระเป๋าสตางค์หายไปไหน

A – I’ve lost my wallet!

ผมทำกระเป๋าสตางค์หาย

B – Don’t worry, I’ll help you look for it.

ไม่ต้องเป็นห่วง ผมจะช่วยคุณหา

A – Thanks, I’m sure it’s around here somewhere.

ขอบใจนะ ผมว่าคงอยู่แถวนี้สักที่

B – What does it look like?

มันมีลักษณะอย่างไร

A – It’s real black leather, lacoste brand.

เป็นหนังแท้ สีดำ ยี่ห้อ ลาคอสต์

B – Ok, let’s have a look for it.

โอเค เดี๋ยวจะลองหาดู

A – I will look in the lounge first.

ผมจะไปหาในห้องรับแขกก่อน

B – Did you find it yet?

หาได้หรือยัง

A – Yes I found it! I left it on the sofa.

ผมหาเจอแล้ว ผมลืมว่าวางไว้บนโซฟา

English conversation 10
คุณช่วยบอกทางให้ผมหน่อยได้ไหม

A – Excuse me, I think I’m lost, can you help me?

ขอโทษครับ ผมว่าผมหลงทาง คุณช่วยผมหน่อยได้ไหมครับ

B – Sure. Where do you need to go?

ได้เลยครับ แล้วคุณต้องการไปไหนครับ

A – I need to go to the lotus hotel.

ผมต้องการไปโรงแรมโลตัสครับ

B – The lotus hotel, it’s very near.

โรงแรมโลตัสอยู่ใกล้ๆ ครับ

A – Which way should I go?

ผมควรไปทางไหนครับ

B – Go straight down this road, then turn left at the intersection.

ตรงไปตามถนนนี้ แล้วก็ที่สี่แยกให้เลี้ยวซ้ายครับ

A – How long will it take to walk?

จะใช้เวลาเดินไปนานแค่ไหนครับ

B – About 10 minutes.

ประมาณ 10 นาทีครับ

A – Ok, got it. Thanks for your help.

โอเค เข้าใจล่ะ ขอบคุณที่ช่วยผมครับ

English conversation 11
ผมกำลังหารองเท้าคู่หนึ่ง

A – Hello, may I help you?

สวัสดีครับ มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ

B – Yes, I’m looking for a pair of running shoes.

ครับ ผมกำลังหารองเท้าวิ่งคู่หนึ่งนะครับ

A – Ok, they are over there, please follow me.

ครับ รองเท้าวิ่งอยู่ตรงโน้นนะครับ เชิญตามมาครับ

B – Do you have a Nike pair in black?

คุณมียี่ห้อไนกี้คู่หนึ่งเป็นสีดำไหมครับ

A – We do. How about this pair?

มีครับ คู่นี้ล่ะ เป็นอย่างไรบ้าง

B – Can I try them on?

ผมขอลองใส่ดูได้ไหมครับ

A – Sure, go ahead.

ได้เลย เชิญครับ

B – They fit nicely, I’ll take them!

ใส่พอดีเลย จะเอาคู่นี้แหละนะครับ

A – Great, this pair is 20% off too.

ดีครับ คู่นี้ลด 20% ด้วยนะครับ

English conversation 12
คุณทำงานอะไร

A – What’s your job?

คุณทำงานอะไรครับ

B – I’m an English teacher.

ผมเป็นครูครับ

A – Do you enjoy your job?

คุณชอบทำงานนี้ไหมครับ

B – I do, it’s very beneficial to society.

ชอบครับ เป็นงานที่มีประโยชน์ต่อสังคม

A – That’s right. It’s a very important job.

ใช่แล้วครับ เป็นงานที่สำคัญมากครับ

B – What about you? What’s your job?

แล้วคุณล่ะ ทำงานอะไรครับ

A – I’m a Doctor.

ผมเป็นหมอครับ

B – That’s great! You must be very smart then.

สุดยอด คุณคงต้องฉลาดแน่ๆ

A – Thanks for the compliment. You must be smart as a teacher too.

ขอบคุณที่ชมครับ คุณเป็นครูแล้ว ก็คงต้องฉลาดเหมือนกันครับ

English conversation 13
ฉันรู้สึกไม่สบาย

A – I don’t feel well.

ผมรู้สึกไม่สบาย

B – What’s wrong?

เป็นอะไรอ่ะ

A – I have a stomachache.

ปวดท้อง

B – Do you want to go see a Doctor?

อยากไปหาหมอไหม

A – No, it’s ok. I just need some medicine.

ไม่ต้อง ผมแค่ต้องการกินยาก็พอ

B – Ok, I’ll go get some from the drug store for you.

โอเค ผมจะไปซื้อจากร้านยาให้คุณก็ได้

A – Thanks, could you pick me up some sticky rice and pork too?

ขอบใจนะ แล้วขอฝากซื้อข้าวเหนียวกับหมูปิ้งให้ผมด้วยได้ไหม

B – What! I thought you said you had a stomachache?

อ้าว ไหน บอกว่าปวดท้องไม่ใช่เหรอ

A – Yeah…but I am still hungry.

ก็ใช่ แต่มันหิวนี่นา

English conversation 14
ฉันจะไปเที่ยวเมืองลอนดอน

A – Have you ever been abroad?

คุณเคยไปต่างประเทศไหม

B – Nope, but I really want to.

ไม่เคย แต่อยากไปมากๆ

A – Do you wanna go visit London with me?

คุณอยากไปเที่ยวลอนดอนกับผมไหม

B – London? In England, right?

ลอนดอนเหรอ ที่ประเทศอังกฤษใช่ไหม

A – Yeah! Let’s go visit there for a week.

ใช่ เราไปเที่ยวที่นั่นสักสัปดาห์หนึ่งกันเถอะ

B – Ok, how much will it all cost?

ได้ แล้วต้องใช้เงินมากเท่าไหร่

A – Including all accommodation, flights, food, sightseeing expenses, maybe around 50,000 baht.

รวมทั้ง ค่าพัก ตั๋วเครื่องบิน อาหาร ค่าเที่ยว ก็ประมาณห้าหมื่นบาท

B – Whoa, that’s expensive, I need to save up for at least another 6 months.

โห แพงจัง ผมต้องเก็บตังค์ไปอย่างน้อยอีกหกเดือนนะ

A – Yeah me too!

ผมก็เหมือนกัน

English conversation 15
ผมต้องไปสัมภาษณ์งาน

A – Can you tell me about yourself?

ช่วยเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตัวคุณย่อๆ หน่อยได้ไหมครับ

B – I am a hardworking, eager and confident person.

ผมเป็นคนที่ตั้งใจทำงาน ขยันและมีความมั่นใจนะครับ

A – How much salary are you expecting a month?

คุณคาดการณ์ว่าจะได้รับเงินเดือนมากเท่าไหรครับ

B – At least 30,000 baht a month.

อย่างน้อยสามหมื่นบาทต่อเดือนนะครับ

A – How long do you plan on working for this company?

แล้วคุณคิดว่าจะทำงานให้เรานานแค่ไหนครับ

B – It depends on whether there will be opportunities of promotion or not.

ก็ขึ้นอยู่กับว่า จะมีโอกาสให้เลื่อนขั้นหรือเปล่าครับ

A – I see, well, when can you start working for us?

ผมเข้าใจล่ะครับ งั้นก็ คุณสามารถเริ่มทำงานให้เราได้เมื่อไหร่

B – At the start of next year.

ต้นปีหน้าได้นะครับ

A – Great! We shall see you then.

เยี่ยมเลย แล้วเจอกันอีกทีตอนนั้นนะครับ

English conversation 16
ตื่นได้แล้ว

A – Hello, who is it?

เฮลโล ใครอ่ะ

B – Hey, it’s me Adam, haven’t you woken up yet?

ไง ผมเอง อดัม คุณยังไม่ได้ตื่นเหรอ

A – Well now I have.

ตอนนี้แหละ ตื่นแล้ว

B – Oh come on, get up! We’re meeting up at 10am.

โธ่เอ๊ย ตื่นเหอะ เรานัดไว้เจอกันสิบโมงเช้านะ

A – I know, no need to repeat.

ผมรู้ ไม่ต้องมาย้ำ

B – Ok fine, but hurry up! Go have a shower and get dressed now.

ก็ได้ แต่รีบๆ หน่อย ไปอ่าบน้ำและแต่งตัวได้แล้ว

A – As for breakfast, let’s eat at McDonalds, alright?

ส่วนข้าวเช้า ให้เรากินที่แมคโดนัล ดีไหม

B – Sounds good, see you there.

ฟังดูดี แล้วเจอกันที่นั่นนะ

A – Seya mate.

แล้วเจอกัน

English conversation 17
ฝนตกหนักๆ

A – Looks like it’s raining cats and dogs.

ดูเหมือนว่า ฝนตกมาเป็นแมวเป็นหมาเลย

B – What! What are you talking about?

อะไรนะ คุณพูดเรื่องอะไรอยู่เนี่ยะ

A – Oh, you don’t know? It’s an idiom.

โอ้ คุณ๊ไม่รู้เหรอ มันเป็นสำนวน

B – So, what does it mean?

แล้วมันหมายความว่าอย่างไร

A – Raining cats and dogs means it’s raining heavily.

ฝนตกมาเป็นแมวเป็นหมา หมายถึง ฝนตกหนักๆ

B – Oh I see. Well that’s a strange idiom.

โอ๋ เข้าใจล่ะ แหม เป็นสำนวนที่แปลกดี

A – Do you know any idioms?

แล้วคุณรู้สำนวนบ้างไหม

B – A few I guess.

ก็รู้บ้างนะ

A – You should learn many, we use them often in daily conversation.

คุณควรเรียนรู้เยอะๆ เพราะเรามักใช้มันในการสนทนาในชีวิตประจำวัน

English conversation 18
ถ้าฉันถูกหวย

A – Do you play the lottery?

คุณชอบเล่นหวยไหม

B – No, there’s such a small chance of winning.

ไม่เล่นหรอก โอกาสที่จะถูกหวยน้อยมาก

A – But there’s still a chance, even if it’s small.

แต่ก็ยังมีโอกาสอยู่นะ ถึงแม้จะน้อยก็ตาม

B – I guess, but I think it’s just a waste of money.

ก็ใช่นะ แต่ยังไงผมคิดว่ามันเสียตังค์ไปเปล่าๆ มากกว่า

A – Just wait and see. Someday I will win!

รอดูนะ สักวันหนึ่งผมจะถูกหวยแน่ๆ

B – Keep dreaming!

ฝันไปเหอะ

A – If I win the lottery, I would go travel all around the world.

ถ้าผมถูกหวย ผมจะไปเที่ยวทั่วโลกเลย

B – Don’t forget to bring me too!

อย่าลืมพาผมไปด้วยนะ

A – Sure! But you’ve gotta pay for your own expenses!

ได้ดิ แต่คุณต้องเสียค่าใช้จ่ายต่างๆ เองนะ แหะๆ

English conversation 19
เราไม่ค่อยถูกคอกัน

A – How was work today?

วันนี้ทำงานเป็นไงบ้าง

B – Awful! I feel so stressed.

แย่เลย ผมรู้สึกเครียดมาก

A – How come? What happened?

ทำไม เกิดอะไรขึ้นล่ะ

B – There’s a coworker who bothers me often.

มีเพื่อนร่วมงานที่ชอบกวนผมบ่อยๆ

A – Go bother him back too!

ก็ไปกวนเขากลับสิ

B – No, I wanna be a good example to my other coworkers.

ไม่นะ ผมอยากจะเป็นตัวอย่างที่ดีต่อเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ

A – Well, it’s up to you.

ก็แล้วแต่

B – We just don’t get along with each other, that’s all.

เราก็แค่ไม่ค่อยถูกคอกันเฉยๆ แค่นั่นเอง

A – If it were me, I’d go tell the boss and get that guy fired!

ถ้าเป็นผมนะ จะไปฟ้องเจ้านาย ให้คนนั้นโดนไล่ออกไปเลย

English conversation 20
คุณไม่ควรทำอย่างนั้น

A – Hey! You shouldn’t do that!

เฮ้ย คุณไม่ควรทำอย่างนั้น

B – Do what?

ทำอะไรเหรอ

A – You just ran a red light!

คุณเพิ่งขับรถฝ่าไฟแดงไง

B – Ow come on, just a little.

โอ ไม่เอาน่า แค่นิดเดียวเอง

A – Even a little is still illegal.

แม้นิดเดียวก็ยังผิดกฎหมายครับ

B – Ok! I’m sorry Mr. police officer!

โอเค! ผมขอโทษ คุณตำรวจ

A – Don’t you be sarcastic with me! Or else!

อย่ามาพูดประชดกับผมนะ ไม่งั้นจะโดน

B – Or else what?

โดนอะไรอ่ะ

A – You’ll see!

เดี๋ยวก็รู้เองแหละ

English conversation 21
พลาดรถเมล์แล้ว

A – Come on! Hurry up.

เร็วเข้า รีบๆ หน่อย

B – I can’t keep running anymore.

ผมวิ่งไม่ไหวแล้ว

A – Oh no! This sucks!

โอ้ไม่นะ แย่แล้ว

B – What? We missed the bus, didn’t we?

อะไร เราพลาดรถเมล์ซะแล้ว ใช่ไหม

A – Yeah, it’s gone already.

ใช่ มันไปแล้ว

B – We’re gunna be late for the show.

เราจะไปถึงงานแสดงสายแล้ว

A – Don’t worry, we can just get a taxi, can’t we?

ไม่ต้องคิดมาก เราก็แค่นั่งรถแท็กซี่ไปไง ได้ใช่ไหม

B – A taxi? No! There aren’t any taxis around here!

รถแท็กซี่เหรอ ไม่ได้ แถวนี้ไม่มีรถแท็กซี่วิ่งผ่านหรอก

A – Bugger!

ซวยล่ะ

English conversation 22
เป็นไปไม่ได้

A – What do you plan on doing today?

วันนี้คุณมีแผนจะทำอะไรบ้าง

B – I’m gunna go swimming.

จะไปว่ายน้ำ

A – I thought you disliked swimming?

ผมนึกว่าคุณไม่ชอบว่ายน้ำ ไม่ใช่เหรอ

B – Not at all, maybe you misunderstood me.

ไม่หรอก คุณคงเข้าใจผมผิด

A – I guess so.

คงงั้นมั้ง

B – Do you wanna come with me?

คุณอยากไปด้วยไหม

A – Me? No way! For me, it’s impossible to swim.

ผมเหรอ ไม่มีทาง สำหรับผมมันเป็นไปไม่ได้ที่จะว่ายน้ำ

B – Oh, why so?

อ้าว ทำไมล่ะ

A – Because I’m afraid of drowning!

เพราะผมกลัวจมน้ำ!

English conversation 23
มันหมายความว่าอย่างไร

A – What time shall we meet up?

เราจะเจอกันกี่โมง

B – How about 7ish?

ราวๆ เจ็ดโมงเช้าดีไหม

A – 7ish? What does that mean?

(7ish?) มันหมายความว่าอย่างไร

B – 7ish means, around 7.

(7ish) จะหมายถึง ราวๆ เจ็ดโมง

A – Oh, I see.

อ่อ เข้าใจล่ะ

B – Anyways, I need to stop by 7/11 first for breakfast.

ยังไงก็ ผมต้องการแวะที่เซเว่นซื้ออาหารเช้าก่อน

A – Ok, could you get me a can of coke?

โอเค ฝากซื้อโค้กหนึ่งประป๋องให้ผมด้วยนะ

B – Sure, anything else?

ได้เลย มีอะไรอีกไหม

A – That’s all, seya in a bit.

แค่นั่นแหละ เดี๋ยวเจอกันนะ

English conversation 24
ทำเป็นเนียน

A – You’re late to work again!

คุณมาทำงานสายอีกแล้ว

B – There was a blumin massive traffic jam!

มีรถติดยาวมาก!

A – Well that’s your fault for not leaving earlier.

ก็คุณผิดเองที่ไม่ได้ออกไปเช้ากว่านี้

B – No, it’s because the taxi driver was a nutcase!

ไม่ใช่นะ แต่เป็นเพราะคนขับแท็กซี่บ้ามาก

A – You’re just trying to make an excuse, ain’t you?

คุณก็แค่พยายามแก้ตัว ใช่ไหมล่ะ

B – Oh whatever! Let’s get to work.

เอ่อช่างมันเหอะ เราทำงานกันดีกว่า

A – Look! The boss is coming!

ดูซิ เจ้านายมาแล้ว

B – Oh bugger, what should I do?

โอ้ยตายล่ะ จะทำไงดีอ่ะ

A – Be sly!

ทำเป็นเนียน

English conversation 25
เห็นข่าวหรือยัง

A – Have you seen the news yet?

เห็นข่าวหรือยัง

B – Not yet? What happened?

ยังเลย เกิดอะไรขึ้นเหรอ

A – Have a guess?

ลองทายดูสิ

B – Uh, I dunno, give me a hint.

เอ่อ ไม่รู้ ใบ้ให้หน่อยดิ

A – Football!

ฟุตบอลไง!

B – Oh! Thailand won the (2014) AFF Suzuki cup!

โอ้ ฟุตบอลทีมชาติไทยคว้าแชมป์ (2014) AFF Suzuki cup!

A – Correct! We won!

ถูกต้องนะครับ เราชนะ

B – Did you watch the game live?

คุณได้ดูไหม

A – I did, it was amazing!

ดูซิ มันสุดยอด

English conversation 26
มือถือใหม่

A – I wanna buy a new phone. Any suggestions?

ผมอยากซื้อมือถือใหม่ พอจะแนะนำได้ไหม

B – How about an i-phone 7?

i-phone 7 ดีไหม

A – Isn’t it really expensive though?

มันจะแพงมากไม่ใช่เหรอ

B – Around about 30,000 baht.

ก็ประมาณ 3 หมื่นบาท

A – Whoa, I can’t afford that.

โห ผมซื้อไม่ไหวหรอก

B – What’s your budget then?

แล้วคุณมีงบประมาณเท่าไหร่ล่ะ

A – No more than 10,000 baht.

ไม่เกิน 1 หมื่นบาท

B – In that case, I’d suggest a Samsung Galaxy.

ถ้างั้น ขอแนะนำ Samsung Galaxy

A – Great! Thanks for your suggestion.

เยี่ยมเลย ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะ

English conversation 27
คำแนะนำ

A – How’ve you been recently?

ช่วงนี้เป็นไงบ้าง

B – Kinda stressed.

ก็เครียดนิดหน่อย

A – How come?

ทำไมล่ะ

B – Too much work, I can’t take it anymore.

ทำงานหนักเกินไป ผมทนไม่ไหวแล้ว

A – Can I give you some advice?

ผมขอให้คำแนะนำได้ไหม

B – Sure.

ได้สิ

A – You should make sure to get enough sleep.

คุณควรจะนอนหลับให้เพียงพอ

B – True, that’s very important for good health.

จริงดิ มันก็สำคัญมากเพื่อสุขภาพที่ดีเน้อะ

A – Exactly! No more late nights ok?

นั่นไง ห้ามนอนดึกอีกนะ

English conversation 28
คุณมีสัตว์เลี้ยงบ้างไหม

A – Do you have any pets?

คุณมีสัตว์เลี้ยงบ้างไหม

B – Yeah, I have 2 cats and 1 dog.

มีแมวสองตัวและหมาหนึ่งตัว

A – I wish I could have a cat.

ผมอยากเลี้ยงแมวบ้าง

B – Why can’t you?

ทำไมไม่ได้ล่ะ

A – Cuz my Dad is allergic to cat hair.

เพราะพ่อผมแพ้ขนแมว

B – Oh, that’s a shame.

อ่อ น่าเสียดายจัง

A – The only pet we can have is a goldfish.

สัตว์เลี้ยงอย่างเดียวที่เลี้ยงได้ก็คือแค่ปลาทองเฉยๆ

B – Well, at least that’s better than nothing.

ก็ อย่างน้อยมันดีกว่าไม่มีอะไรเลยนะ

A – I guess so, but goldfish are so boring.

ก็คงงั้นมั้ง แต่ปลาทองมันน่าเบื่อจัง

English conversation 29
เราไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ศิลปะกันเถอะ

A – Where do you wanna go this Saturday?

วันเสาร์นี้คุณอยากไปเที่ยวที่ไหน

B – I’m not sure. Do you like to visit museums?

ก็ไม่แน่ใจ แล้วคุณชอบไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ไหม

A – I do, but what kind of museums?

ก็ชอบนะ แต่พิพิธภัณฑ์แบบไหนล่ะ

B – Let’s go visit an art museum.

ให้เราไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ศิลปะกันเถอะ

A – Sounds great, I think art is very interesting.

ฟังดูดีมาก ผมว่าศิลปะมันน่าสนใจมาก

B – Yeah I think so too.

ใช่ ผมก็ว่าเหมือนกัน

A – Shall we invite some other friends to come too?

แล้วเราจะชวนเพื่อนคนอื่นๆ มาด้วยไหม

B – That would be nice, but none of them like art.

จะดีนะ แต่พวกเพื่อนของเราไม่ได้ชอบศิลปะสักคนเลย

A – Oh yeah, I forgot about that!

เอ่อ ใช่สิ ลืม

English conversation 30
ไปเที่ยวทะเล

A – Have you ever been to the sea before?

คุณเคยไปเที่ยวทะเลไหม

B – Nope, never.

ไม่เคย

A – You’ve gotta go, it’s amazing!

คุณต้องไปให้ได้นะ มันสุดยอด

B – Alright, I’ll take leave off work for 5 days.

งั้นก็ได้ ผมจะลางานไปห้าวัน

A – Great! We can go the end of next month.

เยี่ยมเลย เราจะไปสิ้นเดือนหน้านะ

B – How much will accommodation cost?

แล้วค่าพักจะเท่าไหร่

A – Around 1000 baht a night.

ก็สัก 1000 บาทต่อคืน

B – And the flights?

แล้วเที่ยวบินล่ะ

A – Probably no more than 2500.

น่าจะไม่เกิน 2500 นะ

English conversation 31
การแต่งตัว

A – Hey, get in the car, let’s go!

หวัดดี ขึ้นรถเลย ไปกันเถอะ

B – Hold on a minute.

รอแป๊ปนึงนะ

A – Where’s your girlfriend.

แล้วแฟนคุณอยู่ไหนเนี่ยะ

B – She’s getting dressed.

เขากำลังแต่งตัวอยู่

A – She’s taking so long, go tell her to hurry up.

เขาใช้เวลานานจัง ไปบอกเขาให้รีบๆ หน่อยสิ

B – I told her already, she takes a while to do her make up.

ผมบอกเขาแล้ว เขาแต่งหน้าเมื่อไหร่ ก็จะต้องใช้เวลาหน่อย

A – We’re not gunna be in time for the movie.

เราจะดูหนังไม่ทันแล้ว

B – I’m always late because of her.

ผมจะสายตลอดเพราะแฟนนี่เอง

A – I guess you’re used to it right?!

ผมว่าคุณคงชินแล้วใช่ไหม

English conversation 32
โดนแม่ด่า

A – Why such the sad face?

ทำไมหน้าเศร้าจัง

B – I just got scolded by my Mum.

พอดีผมโดนแม่ด่า

A – What did you do wrong again?

อ่าว ทำอะไรผิดอีกแล้วล่ะ

B – I didn’t do my homework.

ผมไม่ได้ทำการบ้าน

A – That’s it? Your mum’s pretty strict huh?!

แค่นี้เองเหรอ แม่คุณเข้มงวดจัง

B – Yeah, it’s really tiring.

ใช่ มันเหนื่อยจริงๆ

A – But anyways, it’s for your own good.

แต่ยังไงก็ เป็นเพื่อประโยชน์ของคุณนะ

B – Yeah, she’s like this cuz she loves me so much.

ก็จริงนะ เขาเป็นแบบนี้ เพราะรักผมมากๆ

A – Yeah that’s why she scolds you so much too, haha!

ใช่ แม่คุณก็เลยด่าคุณมากๆ เช่นกัน แหะๆ

English conversation 33
สุขสันต์วันเกิด

A – Surprise! Happy birthday!

เซอร์ไพรส์ สุขสันต์วันเกิดนะ

B – Whoa! I’m so shocked!

โห ตกใจหมดเลย

A – We’ve been waiting here for ages.

พวกเรารอที่นี่มานานมาก

B – Sorry, I had to work overtime today.

โทษทีนะ พอดีวันนี้ต้องทำงาน OT

A – No worries, it was worth it!

ไม่เป็นไร ยังไงก็คุ้มแหละ

B – I didn’t expect anybody to remember my birthday!

ผมไม่ได้คาดว่าจะมีใครจำวันเกิดผมด้วย

A – How could we forget you!

พวกเราจะลืมคุณได้ไงเนี่ยะ

B – Thanks, you guys are amazing friends.

ขอบคุณ พวกเธอเป็นเพื่อนที่สุดยอดจริงๆ

A – We know we are! Let’s eat some cake!

พวกเรารู้แล้ว ป๊ะ กินเค้กกันเถอะ

English conversation 34
คุณชอบอ่านหนังสือไหม

A – Do you like reading?

คุณชอบอ่านหนังสือไหม

B – Yeah, it’s relaxing.

ก็ชอบนะ มันผ่อนคลายดี

A – What kind of books do you like reading?

แล้วคุณชอบอ่านหนังสือแนวไหนล่ะ

B – I like factual knowledge books.

ผมชอบหนังสือความรู้

A – Really? They sound so boring.

จริงเหรอ มันฟังดูน่าเบื่อจัง

B – Not at all, actually they’re very interesting.

ไม่หรอก จริงๆ แล้วมันน่าสนใจมาก

A – As for me, I don’t like reading books.

ส่วนผม ก็ไม่ชอบอ่านหนังสือเลย

B – That’s cuz you have a short attention span!

นั้นเป็นเพราะว่าคุณมีสมาธิสั้นไง

A – Hey! Watch your mouth!

เฮ้ย เดี๋ยวเหอะ!

English conversation 35
ผมอยากทำธุรกิจส่วนตัว

A – I’m so fed up of being in a dead-end salary job.

ผมเบื่อสุดๆ ที่เป็นแต่มนุษย์เงินเดือน

B – What can you do about it then? We all need money.

แล้วจะทำอะไรได้ล่ะ คนเราต้องใช้เงินน่ะสิ

A – I wanna start my own business!

ผมอยากทำธุรกิจส่วนตัว

B – What kind of business?

ธุรกิจแบบไหนล่ะ

A – A little coffee shop!

ร้านกาแฟเล็กๆ !

B – Wow, well ain’t that a new idea huh!

โห แหม เป็นความคิดที่ใหม่มากเลยเน้อะคุณ

A – Don’t be sarcastic with me! I’m serious.

ไม่ต้องมาพูดประชด ผมจริงจังนะ

B – There’re plenty of coffee shops already! Do something else!

มีร้านกาแฟอยู่มากมากพอกันแล้ว ทำอะไรอื่นสิ

A – Fine! I’ll reconsider it.

ก็ได้ จะลองคิดดูใหม่ล่ะกัน

English conversation 36
คุณขับรถเป็นไหม

A – How did you come to work today?

วันนี้คุณมาที่ทำงานอย่างไร

B – I drove my car here.

ผมขับรถมาเอง

A – No wonder you’re so late! Traffic is so bad.

มิน่าล่ะ ถึงมาสายขนาดนี้ รถติดแย่ๆ ไง

B – Yeah, it’s pretty irritating.

ก็ใช่ มันน่ารำคาญจัง

A – I always come by subway, so that I won’t be late.

ผมจะนั่งรถไฟใต้ดินมาเสมอ เพื่อจะได้ไม่สาย

B – Can you drive a car?

แล้วคุณขับรถเป็นไหม

A – No, but if I lived in the countryside, then I’d go learn.

ไม่เป็น แต่ถ้าอยู่ชนบทก็คงต้องเรียน

B – I think the subway is too crowded!

ผมว่านั่งรถไฟใต้ดินมันแอดอัดมาก

A – True, but at least I get to work on time.

ก็จริงนะ แต่อย่างน้อยมันช่วยให้ผมไปทำงานตรงเวลาได้

English conversation 37
อยากไปดารา

A – Have you seen the celeb-news yet?

เห็นข่าวดาราหรือยัง

B – I don’t care about celebrities.

ผมไม่สนเรื่องพวกดาราหรอก

A – But their lives are so interesting.

แต่ชีวิตของพวกดารามันน่าสนใจดีนะ

B – How exactly?

ตรงไหนอ่ะ

A – Like, to see how they live their lives.

ก็แบบ ดูว่าเขาใช้ชีวิตอย่างไร

B – I would never want to be a celebrity.

ผมจะไม่มีวันอยากเป็นดารา

A – Why not?

ทำไมล่ะ

B – You have no personal space at all.

เป็นดาราแล้วไม่มีความเป็นส่วนตัวเลย

A – Yeah, I guess it must be awkward having people always watching you.

ก็ใช่เน้อะ คงอึดอัดที่มีคนติดตามคุณไปทุกที่ตลอดเวลา

English conversation 38
ทำงานอาสาสมัคร

A – What are you gunna do when term finishes?

จะปิดเทอมแล้ว คุณมีแผนจะทำอะไรบ้าง

B – I haven’t thought of anything yet.

ยังคิดไม่ออกเลย

A – I’m gunna do some volunteer work, wanna join?

ผมจะไปทำงานอาสาสมัคร อยากไปด้วยไหม

B – Yeah sure!

ได้สิ เอาเลย

A – We’re gunna go teach some kids in the mountains.

พวกเราจะไปสอนเด็กๆ บนดอย

B – How should we prepare?

แล้วเราควรจะเตรียมตัวอย่างไรดี

A – Well, you’ll need some warm clothes, cuz it gets quite cold!

ก็ คุณจะต้องการเสื้อผ้าอุ่นๆ เพราะอากาศจะค่อนข้างหนาว

B – Oh no, I can’t stand the cold.

โอไม่ ผมทนหนาวไม่ไหวอ่ะ

A – Do it for the kids!

ทนเพื่อเด็กๆ นะซ

English conversation 39
แอบชอบ

A – Hey, can I ask you something?

ขอถามอะไรหน่อยได้ไหม

B – Sure, what’s up?

ได้สิ มีอะไรเหรอ

A – If you had a crush on a girl, how would you let her know?

ถ้าคุณแอบชอบผู้หญิงคนหนึ่ง จะทำอะไรให้เขารู้ตัวได้ยังไง

B – Well, I’d wanna spend time with her and get to know her more.

ก็คงอยากใช้เวลากับเขาและรู้จักเขามากขึ้น

A – So how do you know if she knows that you like her?

แล้วคุณจะรู้ได้ยังไงว่าเขารู้ว่าคุณแอบชอบเขา

B – Uhh, well just ask her!

เอ่อ ก็ถามเขาไปสิ

A – But what if she doesn’t like you as you like her?

แต่ถ้าเขาไม่ได้ชอบคุณอย่างที่คุณชอบเขาล่ะ

B – Then just accept it.

ก็ทำใจซะ

A – Love can be so complicated!

โธ่ ความรักนี่ซับซ้อนจัง

English conversation 40
เด็กบ้านนอก

A – Who’s the kid in this photograph?

เด็กในรูปนี้คือใคร

B – Oh that’s me.

โอ้ นั้นคือผมเอง

A – Whoa really!? You look so different from now.

โห จริงเหรอ คุณดูไม่เหมือนตอนนี้เลย

B – Well I was only 7 years old at that time.

ก็ตอนนั้นผมแค่เจ็ดขวบเองนะ

A – So tell me, what was your childhood like?

ไหน บอกผมสิ ว่าตอนวัยเด็กของคุณเป็นไงบ้าง

B – It was fun, I lived out in the countryside.

ก็สนุกดีนะ ผมเติบโตในชนบท

A – You weren’t a computer game nerd like me then.

คุณคงไม่ได้เป็นเด็กติดเกมส์เหมือนผมเน้อะ

B – Nope, we liked playing outside instead.

ไม่หรอก เด็กๆ ในหมู่บ้านเราชอบเล่นข้างนอกมากกว่า

A – You’re such a country boy!

แหม คุณนี่ เด็กบ้านนอกจัง

English conversation 41
การเลี้ยงลูก

A – Do you have any children?

คุณมีลูกแล้วหรือยัง

B – I have 2 daughters.

ผมมีลูกสาวสองคน

A – How old are they?

เขาอายุเท่าไหร่กัน

B – 5 and 8.

ห้ากับแปดขวบ

A – Are they naughty at all?

พวกเขาดื้อไหม

B – The older one is a little bit.

คนโตก็ดื้อนิดหน่อยนะ

A – Is it hard raising children?

การเลี้ยงลูกๆ มันยากไหม

B – Yes, it’s very tiring, but it’s worth it.

ยากและเหนื่อยมาก แต่ก็คุ้มนะ

A – It’s worth it for love right!

คุ้มเพราะรักใช่มิล่ะ!

English conversation 42
ผมจะลาออก

A – I’m gunna quit my job!

ผมจะลาออกจากงานของผม

B – What! Why? What happened?

อะไรนะ ทำไม เกิดอะไรขึ้น

A – I’m so stressed out, I can’t take it anymore.

ผมเครียดมาก ทนไม่ไหวแล้ว

B – Why don’t you just take a few days off to relax?

ก็แค่ไปพักผ่อนสักสองสามวัน จะไม่ดีกว่าเหรอ

A – No, it won’t be enough.

ไม่ จะไม่พอหรอก

B – So what would you do after you quit then?

งั้น ถ้าลาออกแล้ว จะทำอะไรต่อล่ะ

A – I wanna go move up north to Chiang Mai.

ผมอยากย้ายบ้านไปภาคเหนือ จะอยู่เชียงใหม่

B – What work would you do there?

แล้วจะทำงานอะไรที่นั่นเหรอ

A – I’ll be a farmer!

ผมจะเป็นชาวนา!

English conversation 43
แต่งตัวทันสมัย

A – Why are you dressed up so handsomely?

ทำไมคุณถึงแต่งตัวหล่อๆ ขนาดนี้

B – Nothing special, I just wanna dress nicely.

เปล่า ไม่มีอะไรหรอก แค่อยากแต่งตัวดีๆ เฉยๆ

A – Alright then, so where are you off to?

เหรอ ก็ได้ แล้วคุณกำลังจะไปไหนล่ะ

B – I’m gunna go watch a movie.

จะไปดูหนัง

A – Are you going alone?

จะไปคนเดี่ยวเหรอ

B – I’m meeting a friend there.

จะไปกับเพื่อนคนหนึ่ง

A – A girl right?

เพื่อนผู้หญิงใช่มิล่ะ

B – Yeah, a girl, and so what? So many questions!

ใช่ เพื่อนผู้หญิง แล้วไงอ่ะ ถามเยอะจังนะคุณ

A – Well! So that’s why you’re dressed up so fashionable!

แหม เพราะนี่เองคุณถึงแต่งตัวทันสมัยจัง

English conversation 44
จะไปเรียนต่อต่างประเทศ

A – Can I consult you about something?

ขอคำปรึกษาหน่อยได้ไหมครับ

B – Sure, what’s up?

ได้สิ มีอะไรเหรอ

A – I’m thinking about going to study abroad.

ผมกำลังคิดอยู่ว่าจะไปเรียนต่อต่างประเทศ

B – Which country?

ประเทศไหนล่ะ

A – Either England or America.

ก็คงเป็นอังกฤษหรือไม่ก็อเมริกา

B – Are you sure your English is good enough yet?

คุณแน่ใจไหมว่าคุณสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ดีพอแล้วหรือยัง

A – Not at all! My English skill is useless!

ยังเลย ภาษาอังกฤษของผมไม่ได้เรื่องเลย

B – Then I’d recommend you study with English by Chris!

ถ้างั้น ผมขอแนะนำให้คุณเรียนกับ English by Chris.

A – Ok! I’ll study hard!

โอเค ผมจะตั้งใจเรียนนะครับผม!

English conversation 45
เพื่อนบ้าน

A – Do you know your neighbors well?

คุณรู้จักเพื่อนบ้านดีไหม

B – Not really, we barely ever talk to each other.

ไม่ค่อยรู้จักหรอก เราแทบจะไม่เคยคุยกันสักคำเลย

A – You should make an effort to know them.

คุณควรพยายามทำความรู้จักกับพวกเขาบ้างสิ

B – I don’t see how it’s so important.

ไม่เห็นจะสำคัญเลย

A – But who can you entrust your home to when you’re away?

แต่ถ้าคุณต้องจากบ้านไปสักพักแล้ว จะฝากบ้านไว้ให้กับใครล่ะ

B – I’ll just make sure I lock up everything well.

ผมก็แค่ล๊อคทุกสิ่งดีๆ

A – I think it’s better to have a neighbor checking up regularly.

ผมว่าให้เพื่อนบ้านคอยเฝ้าดูจะดีกว่านะ

B – I’m sure no thieves will be able to break into my house.

ผมมั่นใจว่าพวกโจรจะไม่มีทางบุกรุกเข้าไปในบ้านผมได้หรอก

A – Don’t be so stubborn, just ask for your neighbor’s help, that’s all!

อย่าสอดื้อสิครับ ก็แค่ขอเพื่อนบ้านมาช่วย แค่นี่เอง

English conversation 46
ขี้บ่น

A – I don’t like it here!

ผมไม่ชอบอยู่ที่นี่

B – Why? What’s wrong with here?

ทำไม ที่นี่ไม่ดีตรงไหน

A – It’s too loud, too hot, not comfortable and the food isn’t tasty.

เสียงดังเกินไป ร้อนเกินไป นั่งไม่สบาย และอาหารไม่อร่อย

B – Oh come on, it isn’t that bad. You’re such a complainer.

ไม่เอาน่า ไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอก คุณนี่ขี้บ่นตลอดเลย

A – I’m not complaining, I’m just giving my opinion.

ผมไม่ได้บ่น ก็แค่แสดงความคิดเห็นแหล่ะ

B – Sounds more like complaining though.

ฟังดูเหมือนบ่นไปเรื่อยๆ มากกว่า

A – Fine! I admit it, so can we go to another restaurant now?

ก็ได้! ยอมรับว่าบ่น แล้วเราไปร้านอื่นได้แล้วหรือยังล่ะ

B – We already ordered food, we can’t leave now.

เราสั่งอาหารไปแล้ว ไปไหนไม่ได้

A – Oh bugger!

โธ่ กรรมเลย!

English conversation 47
ผมขอเลี้ยงเอง

A – Hey, do you wanna go on a trip with me at the end of this year?

สิ้นปีนี้ คุณอยากไปเที่ยวกับผมไหม

B – Sure! Where do you plan on going?

ได้เลย แล้วจะไปไหนเหรอ

A – I wanna go to Japan.

ผมอยากไปประเทศญี่ปุ่น

B – Oh, I’ve already been to Japan. How about going to England instead?

อ่อ ผมก็เคยไปมาแล้ว ขอไปเที่ยวประเทศอังกฤษดีกว่าได้ไหม

A – I don’t think my budget is high enough for that.

ผมว่างบประมาณของผมไม่เพียงพอหรอก

B – What if I pay for your plane ticket then?

แล้วถ้าผมซื้อตั๋วเครื่องบินให้คุณล่ะ จะเป็นไง

A – What! Really!? I couldn’t let you.

เฮ้ย จริงเหรอ ไม่ได้ เกรงใจอ่ะ

B – Come on! Don’t worry about it, my treat!

ไม่เอาๆ ไม่ต้องเกรงใจ ผมขอเลี้ยงให้

A – Ok then, thanks so much! See you soon England!

โอเคก็ได้ ขอบคุณมากๆ นะ แล้วเจอกันประเทศอังกฤษ

English conversation 48
ถูกขโมยรถผม

A – Hey,! That guy just stole my car!

เฮ้ย! คนนั้นขโมยรถผมไป

B – What!? You’re kidding me!

อะไรนะ คุณล้อเล่นหรือเปล่าเนี่ยะ

A – Oh no! Quick! Call the police.

โอ้ ไม่นะ เร็วสิ แจ้งตำรวจ

B – Ok, I’ll take care of it!

โอเค ผมจะจัดการให้

A – Taxi!

แท็กซี่

B – What are you doing?

คุณจะทำอะไร

A – I’m gunna chase after him in the taxi!

ผมจะนั่งแท็กซี่ไล่ตามเขาไง

B – Be careful!

ระวังตัวนะ

A – Here’s 2000 baht, now follow that car!

นี่พี่(คนขับแท็กซี่) ให้สองพันบาทเลยนะ เร็วๆ ตามรถนั้นไป

English conversation 49
ย้ายบ้าน

A – Where did you disappear to? I haven’t seen you in ages.

คุณหายไปไหนมา ไม่ได้เจอกันตั้งนานเลย

B – Just been really busy with work recently.

ช่วงนี้งานผมยุ่งมากๆ

A – I heard that you’re gonna move to England.

ผมได้ยินมาว่า คุณจะย้ายบ้านไปอยู่ประเทศอังกฤษแล้ว

B – Yeah, I’m so excited. But also a little worried.

ใช่ ผมตื่นเต้นอ่ะ แต่ก็กังวลนิดหน่อยด้วย

A – What are you worried about?

กังวลเรื่องอะไรเหรอ

B – My English isn’t very fluent, and I know nothing about the culture in England.

ผมพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยคล่อง แล้วอีกอย่าง ไม่รู้เรื่องวัฒนธรรมของประเทศอังกฤษเลย

A – Well, maybe you could take some private classes.

ก็คุณอาจต้องเรียนพิเศษก่อนจะย้ายไป

B – Too late for that, I’m moving there tomorrow!

สายเกินไปแล้ว พรุ่งนี้จะย้ายไปล่ะ

A – Oh! Good luck,! You can do it!

โอ้ งั้น โชคดีนะ สู้ๆ

English conversation 50
เจอผู้หญิงน่ารัก

A – Why are you so happy today?

ทำไมวันนี้คุณดูมีความสุขจัง

B – Have a guess.

ก็ให้เดาสิ

A – It’s cuz of that cute girl you met yesterday right?

ต้องเป็นเพราะผู้หญิงน่ารักคนนั้นที่คุณเจอเมื่อวานแน่ๆ ใช่มิล่ะ

B – Yep, and she agreed to go on a date with me!

ใช่ แล้วเขาก็ตกลงไปเดทกับผมด้วย

A – Really? A date! With you!?

จริงเหรอ ไปเดทกัน กับคุณนี่นะ

B – Come on, don’t be so mean! Maybe I’m the right guy for her.

เฮ้ย อย่ามาแกล้งผมนะ ผมนี่อาจเป็นคนที่ ใช่ สำหรับเขาก็ได้นะ

A – Don’t get too far ahead of yourself yet. It’s only your first date.

อย่าเพิ่งคิดไปไกลมากนะ เป็นแค่เดทครั้งแรกเฉยๆ

B – Well, anyways, I gotta go pick her up already.

เอ่อ ยังไงก็ ผมต้องไปรับเขาแล้วนะ

A – Seya, behave nicely for her ok!?

แล้วเจอกัน ทำตัวดีๆ นะคุณ

English conversation 51
ระวัง

A – This road is so busy!

ถนนรถเยอะมาก

B – How are we gunna cross?

เราจะข้ามได้ยังไง

A – We can use the footbridge over there.

ให้เราไปใช้สะพานลอยตรงโน้นดิ

B – It’s so far away! Let’s just cross here.

แต่มันไกลจัง ข้ามที่นี่แหละก็ได้

A – Don’t! It’s dangerous. Hey wait! Look out!

อย่านะ มันอันตราย เฮ้ยเดี๋ยว! ระวัง!

B – Whoa! I almost got hit!

โห เกือบโดนรถชนซะแล้ว

A – I told you it’s too busy to cross here.

ผมบอกคุณแล้วไง ถนนมันมีรถวิ่งเร็วเยอะเกิน

B – Ok, sorry, my bad, let’s go over on the footbridge.

โอเค โทษที ผมผิดเอง เราไปขึ้นสะพานลอยตรงโน้นดีกว่าเถอะ

A – Finally you listen to my suggestions!

ในที่สุด คุณก็ฟังคำแนะนำของผมสักที!

English conversation 52
ภัยพิบัติทางธรรมชาติ

A – Have you ever been in a natural disaster?

คุณเคยประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติไหม

B – Yeah, I have once before.

เคยครั้งหนึ่ง

A – What happened?

เกิดอะไรขึ้น

B – I was caught in flooding.

โดนติดน้ำท่วม

A – Oh dear. Did your house get flooded?

แย่จัง บ้านคุณโดนน้ำท่วมไหม

B – It flooded about 2 meters high into my house.

น้ำเข้ามาท่วมบ้านสูงสักสองเมตร

A – What about all of your belongings?

แล้วพวกข้าวของล่ะ เป็นไง

B – We were able to move them all upstairs in time.

เราย้ายข้าวของขึ้นชั้นสองทันเวลา

A – Thank God for that!

ขอบคุณพระเจ้า

English conversation 53
ฝันดี

A – Do you dream often?

คุณฝันบ่อยไหม

B – Not really, I just sleep.

ไม่ค่อย ผมนอนหลับอย่างเดี่ยว

A – I have dreams almost every night.

ผมฝันแทบจะทุกคืนเลย

B – What about nightmares?

แล้วฝันร้ายล่ะ

A – I never get nightmares. My dreams are always good.

ผมไม่เคยฝันร้าย ผมฝันดีเสมอ

B – Well, aren’t you lucky huh!

แหม คุณนี่ โชคดีเหลือเกินเน้อะ

A – Why don’t you have dreams?

ทำไมคุณนอนหลับแล้ว ไม่ฝันล่ะ

B – I dunno, maybe my brain isn’t creative enough to make dreams.

ไม่รู้อ่ะ สมองผมอาจไม่มีความคิดสร้างสรรค์เพื่อทำฝันได้

A – haha, that could be right!

ฮ่าๆ คงใช่แหละ

English conversation 54
ละครทีวี

A – Do you like watching TV soaps?

คุณชอบดูละครไหม

B – No, I can’t stand them.

ไม่เลย ผมเกลียดมันสุดๆ

A – Why? Are they really that bad?

ทำไมอ่ะ มันแย่ขนาดนั้นเหรอ

B – They’re so cheesy!

มันน้ำเน่า!

A – I guess they’re a little bit over the top.

ก็มันอาจจะเว่อร์ไปนิดหน่อยเน้อะ

B – They always show people cheating on each other.

ละครเป็นแต่เรื่องคนเจ้าชู้นอกใจกันและกัน

A – Yeah, you’re right. And lots of arguing and fighting.

คุณพูดถูกนะ และมีการทะเลาะตีกันไม่น้อยด้วย

B – You see.? They’re a bad lifestyle example.

เห็นไหม ละครทีวีจะแสดงตัวอย่างวิถีชีวิตที่แย่มาก

A – Maybe I’ll choose something better to watch.

งั้น ผมอาจลองหาดูอะไรที่ดีกว่า

English conversation 55
คุณเรียนภาษาอังกฤษอย่างไร

A – You speak English so well!

คุณพูดภาษาอังกฤษเก่งจัง

B – No, please. I’m not that good.

ไม่หรอก ไม่ได้เก่งอะไรขนาดนั้น

A – But really! I mean it.

แต่ผมพูดจริงๆ นะ

B – Well, thanks for your encouragement.

ก็ขอบคุณที่ให้กำลังใจนะ

A – So, how do you study English then?

แล้ว คุณเรียนภาษาอังกฤษอย่างไรล่ะ

B – I just learn new vocab, read books and watch TV often.

ผมก็แค่ท่องศัพท์ใหม่ๆ อ่านหนังสือ และดูทีวีบ่อยๆ

A – That’s it? And you got to be this fluent!

แค่นนั้นเองเหรอ ถึงจะคล่องแคล่วได้อย่างนี้

B – Yep. That’s it. You can do it too.

ใช่ แค่นั้นเอง คุณก็ทำได้เหมือนกัน

A – I don’t think I have enough discipline to do it.

ผมคงทำไม่ได้หรอก ผมมีวินัยไม่เพียงพอ

English conversation 56
หน้าคุ้นๆ

A – You look familiar. Have we met before?

หน้าคุณดูคุ้นๆ เราเคยเจอกันมาก่อนไหม

B – Umm, I don’t think so.

เอ่อ ผมว่าไม่เคย

A – Did you used to go to Bangkok Uni?

คุณเคยเรียนที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพไหม

B – I did, I graduated in 2013.

เคย ผมเรียนจบปี2013

A – I remember you know!

ผมนึกออกล่ะ จำคุณได้แล้ว

B – You do? How then?

จำได้เหรอ ยังไงอ่ะ

A – We used to get on the same bus every day.

เราทั้งสองเคยนั่งรถเมล์สายเดียวกันไปทุกวัน

B – Oh, yeah. I remember you now!

โอ้ ใช่ ผมจำคุณได้แล้วเหมือนกัน

A – You see, no wonder you looked familiar to me.

เห็นไหม มิน่าล่ะหน้าคุณถึงคุ้นๆ อย่างนี้อ่ะ

English conversation 57
คุณทำอาหารเป็นไหม

A – I’m starving! Let’s go eat something.

ผมหิวมาก เราไปข้างนอกหาอะไรกินกันเถอะ

B – No need to go out. I’ll cook for us.

ไม่ต้องไปไหน เดี๋ยวผมทำกับข้าวให้

A – Can you cook?

คุณทำอาหารเป็นด้วยเหรอ

B – Yeah, I cook pretty well actually.

เป็นสิ ผมทำอาหารได้เก่งนะ ขอบอก

A – Are you sure it’s edible?

แน่ใจนะ ว่ามันกินได้

B – Don’t tease me! My cooking skill is awesome!

อย่ามาแกล้ง ฝีมือการทำอาหารของผมขั้นเทพไปเลย

A – Enough talk! Time to prove it.

พูดพอแล้ว ไหนๆ ไปพิสูจน์ให้ดูสิ

B – Ok, I’ll cook and you wash the dishes, deal?

โอเค ผมจะทำอาหาร แล้วคุณจะล้างจาน ตกลงไหม

A – Deal! This meal better be good!

ตกลง มื้อนี้จะต้องอร่อยให้ได้นะคุณ

English conversation 58
เพื่อนสนิท

A – How long have we been friends for?

เราเป็นเพื่อนกันมานานแค่ไหนแล้ว

B – I’d say about 20 years.

ผมว่า น่าจะประมาณ 20 ปี

A – Whoa, it’s really been that long.

โห นานขนาดนั้นเชียว

B – Yeah, we’ve known each other since kindergarten.

ใช่ เรารู้จักกันตั้งแต่อนุบาลเลย

A – I think you know me better than my own brother.

ผมคิดว่า คุณรู้จักผมดีกว่าพี่ชายของผมเองซะอีก

B – Yeah, we’ve been through a lot together.

ก็ เราได้ผ่านอะไรเยอะแยะในชีวิตไปด้วยกันเน้อะ

A – Do you remember that time when I was in hospital?

คุณจำได้ไหม ตอนนั้นที่ผมอยู่โรงพยาบาล

B – Yeah, I remember, but I forgot why you were there.

จำได้ ว่าแต่ลืมว่าไปอยู่โรงพยาบาลทำไม

A – I got food poisoning from your cooking haha!

ก็เพราะผมกินอาหารเป็นพิษจากฝีมือของคุณเอง ฮ่าๆ

English conversation 59
กินอาหารเพื่อสุขภาพ

A – Do you think you eat healthily?

คุณคิดว่าคุณกินอาหารเพื่อสุขภาพไหม

B – I think most of the time I do.

ส่วนมากผมก็กินนะ

A – Do you eat fruit and veg every day?

แล้วคุณกินผลไม้กับผักทุกๆ วันไหม

B – I try to, but it’s hard sometimes.

จะพยายาม แต่บางทีมันยากที่จะทำได้

A – How many kinds of fruit do you have a day?

คุณกินผลไม้กี่ชนิดต่อวัน

B – Usually at least 2 kinds.

มักจะกินอย่างน้อยสองชนิด

A – Apparently, we are meant to have 5 kinds of fruit a day.

เขาพูดกันว่า คนเราควรจะกินผลไม้ห้าชนิดต่อวัน

B – I can barely manage to have 2 a day yet alone 5!

ผมนี่นะ แค่กินสองอย่างต่อวันแทบจะทำไม่ได้อยู่แล้ว ห้าชนิดก็ยิ่งยาก

A – It seems eating healthily takes a lot of effort, doesn’t it?!

ดูเหมือนว่า การที่จะกินเพื่อสุขภาพนั้น มันต้องใช้ความพยายามมากจริงๆ ว่าไหม

English conversation 60
อย่าลืมซื้อของฝากด้วย

A – Guess where I’m going tomorrow?

ให้ทายสิว่า พรุ่งนี้ผมจะไปไหน

B – I dunno, where?

ไม่รู้ ที่ไหนล่ะ

A – I’m going on holiday to Paris!

ผมจะไปเที่ยวปารีส

B – Man, I’m so jealous of you!

แหม๋ อิจฉาคุณจัง

A – I’ve been saving up money 2 years for this trip.

ผมต้องเก็บตังค์มานานสองปีสำหรับทริปนี้

B – Whoa, that’s ages!

โห นานจริงๆ เนี่ยะ

A – Yeah cuz my salary isn’t very much.

ก็ใช่สิ เพราะเงินเดือนของผมน้อยอ่ะ

B – Well, don’t forget to buy me a souvenir too.

ยังไงก็ อย่าลืมซื้อของฝากให้ผมด้วยน่าาา

A – Of course I will!

ได้แน่นอนอยู่แล้ว

English conversation 61
กระเทย

A – Is that your friend over there?

นั้นคือเพื่อนของคุณไหม

B – Yeah, that’s Alex.

ใช่ อเล็กซ์ไง

A – Alex is a boy, right?

อเล็กซ์ นี่เขาเป็นผู้ชาย ใช่ป่ะ

B – Yeah, why do you ask?

ใช่แล้ว ถามทำไมเหรอ

A – Cuz he’s dressed like  a girl.

ก็เพราะเขาแต่งตัวเหมือนผู้หญิง

B – Oh, yeah, I forgot to mention he’s a Ladyboy.

โอ๋ ลืมบอกไปว่า เขาเป็นกระเทย

A – What’s a Ladyboy?

อะไรคือ กระเทย

B – A man who dresses like a woman.

ก็คือ ผู้ชายที่แต่งตัวเหมือนผู้หญิงแหละ

A – Oh, I see.

อ่อ เข้าใจล่ะ

English conversation 62
ความสามารถพิเศษ

A – Do you have any special talents?

คุณมีความสามารถพิเศษอะไรบ้าง

B – Me, nah. I’m useless at anything.

ผมนี่นะ เปล่า ไม่มี ผมไม่ได้เรื่องสักอย่างเลย

A – Ow come on. There must be something you’re good at.

ไม่เอาน่า ต้องมีสักอย่างหนึ่งที่คุณทำได้เก่งๆ

B – I can cook quite well.

ผมทำอาหารได้ไม่เลวนะ

A – Really? Like what?

จริงเหรอ ทำได้อะไรบ้าง

B – I can fry an egg.

ผมทอดไข่ได้

A – Frying an egg is not a special talent.

จะทอดไข่เป็น ก็ไม่ใช่ความสามารถพิเศษนะคุณ

B – What about you then? Any special talents?

เอ่อ แล้วคุณล่ะ ความสามารถพิเศษมีอะไรบ้าง

A – I can speak 5 languages, play 8 musical instruments and have won an Olympic gold medal in swimming.

ผมพูดได้ห้าภาษา เล่นเครื่องดนตรีแปดอย่าง และเคยได้เหรียญทองโอลิมปิกในการแข่งว่ายน้ำ

English conversation 63
งานปาร์ตี้

A – Are you up to much Saturday night?

เย็นวันเสาร์นี้คุณจะทำอะไรไหม

B – Not really, just staying at home.

ไม่หรอก อยู่บ้านเฉยๆ

A – Do you wanna go to a party?

คุณอยากไปงานปาร์ตี้กับผมไหม

B – Whose party is it?

งานปาร์ตี้ของใครเหรอ

A – A friend of a friend’s.

เพื่อนของเพื่อน

B – But I wasn’t invited to it.

แต่ผมไม่ได้รับคำเชิญ

A – No worries, anybody can go.

ไม่เป็นไร ใครๆ ก็ไปได้สิ

B – I think I’ll pass, cuz I wouldn’t know anybody there.

อืม ผมขอผ่านดีกว่า เพราะผมคงจะไม่รู้จักใครสักคนที่นั่น

A – Alright then, as you wish.

งั้นก็ได้ ตามใจล่ะกัน

English conversation 64
คุณหุ่นดีจัง

A – Have you been working out recently?

ช่วงนี้คุณไปออกกำลังกายบ่อยๆ ไหม

B – Yeah, I have.

ใช่แล้ว

A – You look in great shape.

คุณมีหุ่นดีจัง

B – You think? Thanks!

คิดอย่างนั้นเหรอ ขอบใจนะ

A – So how do you keep in such good shape?

แล้วคุณรักษาหุ่นดีแบบนี้ได้อย่างไร

B – Well, it’s simple. A good diet and plenty of exercise.

ก็ง่ายๆ แค่กินอาหารที่ดีๆ และออกกำลังกายบ่อยๆ

A – You make it sound so easy.

คุณพูดเหมือนมันจะง่าย

B – Yeah, it takes a lot of self-discipline to actually do it.

ก็ คุณต้องมีวินัยที่ดีถึงจะทำได้จริงๆ

A – Exactly, and that’s what I lack!

นั่นไง ที่ผมขาด คือวินัยนี่เอง

English conversation 65
คุณมีงานอดิเรกอะไรบ้าง

A – What are your hobbies?

คุณมีงานอดิเรกอะไรบ้าง

B – I don’t really have any.

ผมไม่ค่อยมีเลย

A – What? Nah, come on! Everyone has hobbies.

อะไรนะ ไม่เอาน่า ทุกคนก็มีงานอดิเรกบ้าง

B – Does sleeping count as a hobby?

แล้วการนอนหลับถือว่าเป็นงานอดิเรกมิล่ะ

A – No, of course not. Do you like any sports?

ไม่ใช่เลย แล้วคุณชอบกีฬาไหม

B – Yeah, I like football.

ผมชอบฟุตบอล

A – Do you actually enjoy playing it though?

แล้วชอบเล่นฟุตบอลแบบจริงๆ ด้วยไหม

B – Uhh, no, just watching it. I’m too lazy to play it.

เอ่อ ก็ไม่ แค่ชอบดูเฉยๆ ผมขี้เกียจที่จะเล่นจริง

A – I guess you really don’t have any hobbies then.

ผมว่าคุณอาจไม่มีงานอดิเรกจริงๆ ก็ได้

English conversation 66
มุขตลก

A – Wanna hear a joke?

อยากฟังมุขตลกไหม

B – Sure, go ahead.

เอาเลย พูดดิ

A – Why was 6 afraid of 7?

หกกลัวเจ็ดทำไม

B – I dunno, why?

ไม่รู้ ทำไมล่ะ

A – Because 7, 8, 9. Get it?

เพราะ 7,8,9 เก็ทไหม

B – I don’t get it, why is it supposed to be funny?

ผมไม่เก็ทเลย ควรจะตลกตรงไหนอ่ะ

A – Oh come on, it’s a play on words.

แหม๋ เป็นการเล่นคำไง

B – Ohhhh! I get it now, eight sounds like ate!

โอ๋ เพิ่งเก็ทแล้ว เพราะ 8 นี่ฟังดูเหมือน ate ก็คือกิน

A – Duhhhhh, you finally get it then.

เอ่ออออ ในที่สุดคุณก็เก็ทสักที

English conversation 67
สัมภาษณ์งาน

A – Hi there, nice to meet you.

สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จักกันนะครับ

B – Thanks for inviting me for an interview.

ขอบคุณครับที่เชิญผมมาสัมภาษณ์งาน

A – You’re welcome, so why are you interested in this position?

ไม่เป็นไรครับ ขอถามหน่อย ทำไมคุณถึงสนใจตำแหน่งนี้

B – I feel my experience and knowledge would be best suited to this kind of job position.

ผมรู้สึกว่าทั้งประสบการณ์และความรู้ที่ผมมีจะเหมาะที่สุดสำหรับตำแหน่งนี้นะครับ

A – Why do you think we should hire you?

แล้วบริษัทของเราควรจ้างงานคุณทำไมครับ

B – I’m very organized and can motivate others around me to work hard.

ผมเป็นคนที่มีระเบียบและสามารถให้กำลังใจเพื่อนร่วมงานคนอื่นให้ตั้งใจทำงานมากขึ้นด้วยนะครับ

A – When can you start this job?

คุณสามารถเริ่มทำงานให้กับเราได้เมื่อไหร่

B – ASAP.

ให้เร็วที่สุดได้เลยครับ

A – In that case, you’re hired! You start working next Monday. Congratulations.

ถ้างั้น เราจ้างคุณครับ คุณจะเริ่มทำงานวันจันทร์หน้า ขอแสดงความยินดีด้วยครับ

English conversation 68
พูดภาษาจีน

A – What language were you just speaking then on the phone?

เมื่อกี้นี้ คุณคุยโทรศัพท์พูดภาษาอะไร

B – Oh, that was Chinese.

อ่อ ภาษาจีน

A – I didn’t know you can speak Chinese!

ผมไม่ได้รู้คุณพูดจีนเป็นด้วย

B – Yeah, I used to live there for 3 years.

ก็ใช่ ผมเคยอยู่ประเทศจีนเป็นเวลาสามปีมาก่อน

A – No wonder you can speak it.

มิน่าล่ะถึงพูดได้

B – I can speak a little, just enough to get by.

ผมพูดได้นิดหน่อย แค่พอใช้ได้เฉยๆ

A – That didn’t sound like a little, you’re proper fluent.

แต่เมื่อกี้นั้นไม่ได้ฟังดูแค่นิดหน่อยนะ คุณคล่องเลย

B – Nah, actually my reading is better than my speaking.

ไม่หรอก จริงๆ แล้วผมอ่านจีนได้ดีกว่าพูดต่างหาก

A – Wow! You can read Chinese too! That’s impressive.

ว้าว คุณอ่านจีนเป็นด้วย น่าประทับใจจริงๆ

English conversation 69
หาคู่รัก

A – Can I ask you something?

ขอถามอะไรหน่อยได้ไหม

B – Sure. What’s up?

ได้สิ มีอะไรเหรอ

A – What do you look for in a relationship?

ถ้าคุณจะหาคู่รัก จะหาแบบไหน

B – I’m not fussy, I just want a faithful person.

ผมไม่ได้จู้จี้อะไรมาก ขอแค่คนที่ซื่อสัตย์ก็พอ

A – Yeah, me too.

ผมก็คิดเหมือนกัน

B – Why do you suddenly ask me this question?

แล้วทำไมถึงจู่ๆ มาถามผมเรื่องนี้อ่ะ

A – Oh, nothing. Just wondering, that’s all.

เปล่า ก็แค่สงสัยเฉยๆ

B – Are you sure? I bet you’ve got a crush on someone!

แน่ใจนะ ผมว่าคุณต้องแอบชอบใครสักคนแน่ๆ

A – Hey! How do you know?

เฮ้ย รู้ได้ไง!

English conversation 70
ตกหลุมรัก

A – When do you think you’ll get married?

คุณคิดว่าจะแต่งงานเมื่อไหร่

B – Well, I gotta meet the right person first.

ก็ต้องเจอคนที่ใช่ก่อน

A – How would you know you’ve met the right person?

แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าได้เจอคนที่ใช่แล้ว

B – That’s a good question. How would you answer then?

นั่นแหละ เป็นคำถามที่ดี  แล้วคุณจะตอบว่ายังไง

A – It’s easy. I’d answer that it’s the person you fall in love with.

ก็ง่ายๆ ผมจะตอบว่า คนคนนั้นที่ใช่ ก็คือคนที่คุณตกหลุมรักไง

B – Ok, so then how would you know you’ve fallen in love?

เหรอ งั้นจะรู้ได้ยังไงว่าได้ตกหลุมรักคนนั้นล่ะ

A – That’s a tough question. What do you think?

คำถามนั้นก็ยาก แล้วคุณว่ายังไง

B – I guess you’d have to consider whether you get along well together or not.

ผมว่า คงต้องพิจารณาดีๆ ว่าเข้ากันได้ดีหรือเปล่า

A – Yeah, that’s important.

ใช่ นั้นก็สำคัญ

English conversation 71
มารยาท

A – Oh dear, there’s so many people.

แย่แล้ว คนแน่นไปหมดเลย

B –Yeah, it’s gunna take ages to get inside the mall.

ใช่ จะต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะเข้าห้างได้อ่ะ

A – It’s so hot! I can’t take it!

โห ร้อนจัง ไม่ไหวแล้ว

B – Be patient just a little bit longer, we’re almost going in.

อดทนอีกนิดนึงนะ เราใกล้จะเข้าแล้ว

A – Hey! You! Get out the way, I wanna go inside!

เฮ้ย แก หลบทางซะ ผมอยากเข้าแล้ว

B – Mind your manners. Don’t speak to other people like that!

นี่คุณ ระวังมารยาทหน่อย อย่าไปพูดแบบนี้กับคนอื่นนะ

A – Why not, they’re walking so slowly.

ทำไมอ่ะ พวกเขาก็เดินช้าไง

B – It’s rude. You should say “Excuse me, may I get past please.”

มันไม่สุภาพ คุณควรพูดว่า ขอโทษครับ ขอทางหน่อยนะครับ

A – Oh OK. Next time I’ll try and be more polite.

โอเค คราวหน้าผมจะพยายามพูดอย่างสุภาพมากกว่านี้ล่ะกัน

English conversation 72
เตรียมตัว

A – Do you take long getting ready in the morning?

คุณเตรียมตัวตอนเช้าใช้เวลานานไหม

B – Me? I guess around 10 minutes.

ผมเหรอ ก็สักสิบนาทีมั้ง

A – I wish my sister would be as quick as you.

ผมอยากให้พี่สาวของผมเตรียมตัวเร็วๆ เท่าคุณ

B – Well, she’s a girl, she has a lot of cosmetics to use.

ก็ เขาเป็นผู้หญิงไง เขาก็เลยมีพวกเครื่องสำอางที่ต้องใช้

A – Why do girls even need so much stuff?

ทำไมผู้หญิงต้องการเครื่องสำอางเยอะขนาดนั้น

B – I dunno, it’s a girl thing.

ไม่รู้ดิ ความเป็นผู้หญิงแหละ

A – My sister takes like an hour using the bathroom in the morning!

พี่สาวของผมจะใช้เวลาในห้องน้ำนานถึงชั่วโมงเลย

B – Oh man, after that she still has to get dressed too right?

โห หลังจากนั้นเขาก็ต้องแต่งตัวต่อใช่ป่ะ

A – Yeah, an hour in the bathroom then another hour getting dressed. It’s nuts!

ใช่ หนึ่งชั่วโมงในห้องน้ำและต่อมาหนึ่งชั่วโมงที่จะแต่งตัว บ้าจัง

English conversation 73
หนังตลก

A – What kind of movies are you into?

คุณชอบดูหนังแบบไหน

B – I like comedy movies.

ผมชอบดูหนังตลก

A – Yeah, what’s your favorite?

เหรอ ชอบเรื่องไหนบ้าง

B – It’s a Thai movie called “I’m fine, thank you. Love you.”

ชอบหนังไทยชื่อว่า “ไอฟาย แต๊งกิ้ว เลิฟยู้”

A – What’s it about?

มันเกี่ยวกับอะไร

B – It’s about a guy who wants to learn English to impress a girl.

มันเกี่ยวกับผู้ชายคนหนึ่งที่อยากเรียนภาษาอังกฤษเพื่อทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งประทับใจเขา

A – Thai comedy movies are really funny.

หนังตลกไทยตลกจริงๆ เน้อะ

B – You like them too? Cool!

คุณชอบด้วยเหรอ เจ๋งอ่ะ

A – Of course! My favorite is “Pee Mak Phra Khanong”.

แน่นอนสิ ผมชอบ “พี่มากพระโขนง” มากที่สุดเลย

English conversation 74
เแนวเพลง

A – What kind of music are you into?

คุณชอบฟังเพลงแนวไหน

B – I’m into all kinds of music. You?

ผมชอบฟังทุกแนวเลย แล้วคุณล่ะ

A – I prefer classical or jazz.

ผมชอบฟังแนวคลาสสิค หรือไม่ก็แจ๊ส

B – You don’t like rock music?

อ้าว แล้วคุณไม่ชอบฟังแนวร็อคบ้างเหรอ

A – No, it’s too loud for me.

ไม่เลย มันเสียงดังเกินไป

B – Too loud? You’re like an old man!                             

เสียงดังอะไร คุณเหมือนคนแก่ซะแล้ว

A – No! I need music which helps me study.

ไม่หรอก ผมต้องการเสียงเพลงที่ช่วยผมเรียนหนังสือได้

B – Rock music can help you study!

แนวร็อคไง ช่วยคุณเรียนหนังสือได้สิ

A – I don’t think so. Classical music is clearly best for studying.

ผมว่าไม่ดีกว่า แนวคลาสสิคจะเหมาะที่สุดให้ช่วยเรียนหนังสือแน่ๆ อยู่แล้ว

English conversation 75
รถติด

A – Hey, are you nearly here yet?

สวัสดีครับ คุณใกล้จะถึงหรือยังครับ

B – I’m afraid I may be a little while.

ผมเกรงว่าผมอาจต้องใช้เวลาอีกสักพักใหญ่

A – What? How come?

อะไรนะ ทำไมเหรอครับ

B – I’m stuck in a traffic jam.

รถติด

A – Do you think you’ll make it here in time?

แล้วคุณคิดว่าจะถึงที่นี่ทันเวลาไหม

B – Not sure, it depends on whether the traffic clears up.

ไม่แน่ใจ ขึ้นอยู่กับว่าถนนจะโล่งขึ้นหรือเปล่า

A – We can’t start the meeting without you.

พวกเราเริ่มการประชุมโดยที่ไม่มีคุณไม่ได้

B – In case I don’t arrive in time, I appoint you to manage the meeting.

งั้นเผื่อผมไปถึงไม่ทัน ผมตั้งให้คุณดำเนินการประชุมไปเองนะ

A – Me! Really? Ok, I’ll do my best.

ผมเองเหรอครับ จริงเหรอ โอเค จะทำให้ดีที่สุดนะ

English conversation 76
สิ้นปี

A – I can’t believe it’s almost the end of the year.

ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าใกล้จะสิ้นปีแล้ว

B – I know, this year’s gone so quick!

ใช่ ปีนี้ผ่านไปเร็วมาก

A – Where are you gonna go for the countdown?

วันสิ้นปีคุณจะไปงานเคาน์ดาวน์ที่ไหน

B – Haven’t made any plans yet. You?

ยังไม่มีแผนอะไร คุณล่ะ

A – Me and a bunch of friends are heading up to Chiang Mai.

ผมกับเพื่อนๆ จะไปเที่ยวเชียงใหม่

B – Sounds like fun.

ฟังดูสนุกจัง

A – Well, do you wanna tag along?

แล้ว คุณอยากไปด้วยไหมล่ะ

B – But I don’t know any of your friends very well.

แต่ผมไม่ค่อยรู้จักเพื่อนๆ ของคุณสักเท่าไหร่

A – No worries, my friends are easy going. You’ll get along great!

ไม่เป็นไร พวกเพื่อนของผมเป็นคนสบายๆ คุณจะเข้ากันได้ดีแน่นอน

English conversation 77
รอยสัก

A – Where’ve you been today?

วันนี้คุณไปไหนมา

B – I went to a tattoo parlor.

ผมไปร้านสักลายมา

A – Why did you go there?

อ้าว ไปที่นั่นทำไมอ่ะ

B – I got a tattoo!

ก็ไปทำรอยสักไง

A – You what!? You’ve gotta be kidding me. Are you crazy!

อะไรนะ ต้องล้อเล่นใช่ป่ะ จะบ้าเหรอ

B – What’s wrong? It’s just a little tattoo.

เป็นอะไรอ่ะ ก็แค่รอยสักเล็กๆ นี่เอง

A – But I thought your mum doesn’t allow you to get tattoos?

แต่ผมนึกว่าแม่คุณห้ามทำรอยสักไม่ใช่เหรอ

B – Yeah, but she will never know about this tattoo.

ก็ใช่ แต่แม่ก็จะไม่ต้องรู้เรื่องไง

A – You’re gunna get in trouble with your mum for sure!

คุณจะโดนแม่จับแน่ๆ นะคุณ

English conversation 78
วาดรูป

A – Can you draw?

คุณวาดรูปเป็นไหม

B – No, I’m absolutely awful at drawing.

ไม่หรอก ผมวาดรูปแย่มากๆ

A – Would you like me to teach you?

อยากให้ผมสอนคุณไหม

B – You really would be willing to teach me?

คุณจะยอมสอนคนอย่างผมจริงๆ เหรอ

A – Yeah, of course. I’d be happy to.

ได้สิ ด้วยความยินดี

B – Free of charge, right?

ไม่คิดตังค์ใช่มั้ย

A – Yeah, you can just join in one of the groups I teach.

ใช่แล้ว ผมจะให้คุณเข้าร่วมกลุ่มกับคนอื่นๆ ที่ผมรับสอนอยู่แล้ว

B – Wait wait wait…Join a group!

เดี๋ยวๆๆ เข้ากลุ่มเหรอ

A – Yeah, come on! It’ll be fun.

เอ่อ ใช่ เอาน่า น่าสนุกเลย

English conversation 79
ลูกครึ่ง

A – How is it that you speak English so fluently?

ทำไมคุณถึงพูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว

B – I’m half Thai-English.

ผมเป็นลูกครึ่งไทยอังกฤษ

A – Oh, so that’s why.

อ่อ เพราะอย่างนี้นี่เอง

B – My Dad is English and my Mum is Thai.

พ่อเป็นคนอังกฤษและแม่เป็นคนไทย

A – Which language do you prefer using?

คุณชอบใช้ภาษาอันไหนมากกว่ากัน

B – I like them both.

ผมชอบทั้งสองเลย

A – Do you think you look more like a Thai or an English person?

แล้วคุณคิดว่าระหว่างคนไทยกับคนอังกฤษคุณมีลักษณะเหมือนคนไหนมากว่ากัน

B – I think I look more like a Thai person.

ผมคิดว่าผมดูเหมือนคนไทยมากกว่า

A – Yeah, I think your Thai is better than your English too.

ใช่ แล้วผมว่าคุณใช้ภาษาไทยได้ดีกว่าภาษาอังกฤษด้วย

English conversation 80
ศาสนา

A – Are you free Sunday morning?

วันอาทิตย์นี้ตอนเช้าคุณว่างไหม

B – No, sorry. I go to Church on Sunday mornings.

ไม่ว่างนะ ผมจะไปโบสถ์ทุกวันอาทิตย์ตอนเช้า

A – Church? So, you’re a Christian.

โบสถ์เหรอ งั้นคุณเป็นคริสเตียนนะซิ

B – Yep, that’s right. Do you follow any religion?

ใช่แล้ว คุณล่ะ นับถือศาสนาอะไร

A – I’m a Buddhist. May I ask, why do Christians go to Church?

ผมนับถือศาสนาพุทธ ขอถามหน่อย ทำไมคริสเตียนถึงไปโบสถ์กัน

B – We go to study the bible and worship God together.

เราไปเรียนพระคัมภีร์และนมัสการพระเจ้าด้วยกัน

A – And do you know why Buddhists go to a Temple?

แล้ว คุณรู้ไหมว่า ทำไมชาวพุทธถึงไปวัดกัน

B – They mainly go to make merit. Right?

ก็พวกเขามักจะไปเพื่อทำบุญกันใช่ไหม

A – Yeah, that’s right. You’re very knowledgeable.

ใช่แล้ว คุณมีความรู้ดีมาก

English conversation 81
มาม่า

A – What shall we eat for dinner?

มื้อเย็นเราจะกินอะไรดี

B – How about instant noodles?

กินมาม่าดีไหม

A – Again? Come on! I’m fed up of it.

อีกแล้วเหรอ ไม่เอา เบื่อสุดๆ

B – Well, what do you suggest?

งั้น คุณมีอะไรจะเสนอมิล่ะ

A – Let’s go try that new Chinese restaurant!

ให้เราไปลองที่ร้านอาหารจีนที่เพิ่งเปิดใหม่ไหม

B – But I heard it’s really expensive.

แต่ผมได้ยินมาว่ามันแพงมากนะ

A – No worries! My treat.

ไม่เป็นไร ผมขอเลี้ยงเอง

B – Well, look who’s loaded!

แหม๋ เป็นคนรวยแล้วนะสิ

A – I just got a bonus from work, so let’s go!

ก็พอดีได้โบนัส ป่ะ ไปกันเถอะ

English conversation 82
วัยเกษียณ

A – How are you gunna spend your retirement?

คุณจะใช้วัยเกษียณทำอะไรบ้าง

B – Huh? Why this sudden question?

อะไรเนี่ย ทำไมถึงอยู่ๆ ถามเรื่องนี้

A – Nothing, I just wanna know how people get prepared for it.

ผมเปล่า ก็แค่อยากจะรู้ว่าคนจะเตรียมตัวไว้อย่างไร

B – Well, first of all, you need to be financially prepared.

ก็ก่อนอื่น ต้องเตรียมตัวทางการเงินให้พอใช้ได้

A – Finances won’t be a problem, but what to do?

การเงินจะไม่มีปัญหา ว่าแต่จะใช้เวลาไปทำอะไรบ้าง

B – Go travel around the world.

ก็ไปเที่ยวรอบโลกเลย

A – But won’t getting around be difficult when I’m old?

แต่เมื่อแก่แล้ว ไปไหนมาไหนก็จะลำบากไม่ใช่เหรอ

B – Well, you’d better keep fit and eat healthily.

ก็คุณจะต้องรักษาสุขภาพให้ดีๆ ไว้นะ

A – Got it, then I will travel the world in my retirement.

เข้าใจแหละ เมื่อถึงวัยเกษียณผมก็จะไปเที่ยวรอบโลกให้ได้เลย

English conversation 83
โรงเรียนมัธยม

A – You went to high school in Bangkok, right?

คุณจบในโรงเรียนมัธยมในกรุงเทพ ใช่ไหม

B – Yeah, I did. I went to ISB International school.

ใช่แล้ว ผมเคยเรียนที่โรงเรียนนานาชาติไอเอสบี

A – Wow! That’s a really famous school.

โห โรงเรียนนั้นมีชื่อเสียงดังมาก

B – Yeah, it was a great experience.

ใช่ มันเป็นประสบการณ์ที่ดีมากที่ได้เรียนที่นั่น

A – I heard its term fees are the most expensive in all of Thailand.

ผมได้ยินว่าค่าเทอมแพงที่สุดในประเทศไทยเลย

B – Well, that’s probably true, but it’s worth it.

ก็คงจริงแหละ แต่มันคุ้มสุดๆ นะ

A – Were you a hard-working student?

แล้วตอนนั้นคุณตั้งใจเรียนไหม

B – Of course, though sometimes I could be a little rebellious.

แน่นอนสิ แต่ก็มีบางครั้งที่เกเรนิดหนึ่ง

A – You’re so lucky you got to go to that school!

คุณโชคดีมากที่ได้มีโอกาสไปเรียนที่นั่น

English conversation 84
ความลับ

A – Hey, come here.

คุณ มานี่หน่อย

B – What’s up? Why are you whispering?

มีอะไรเหรอ ทำไมต้องพูดกระซิบล่ะ

A – I’ve got a secret to tell you.

ผมมีความลับจะบอกคุณ

B – Ok, well, what is it?

เหรอ คืออะไรล่ะ

A – Do you see that girl sat over there?

คุณเห็นผู้หญิงที่นั่งตรงโน้นไหม

B – Yeah, and…?

เห็น แล้วไง

A – I’ve had a crush on her for ages now.

ผมแอบชอบเขามานานมากแล้ว

B – So go tell her then! Or else I will!

ก็ไปบอกเขาสิ ไม่งั้น ผมจะไปบอกเขาให้คุณเลย

A – Alright! I’ll go tell her now!

เอ่อ ก็ได้ ผมจะไปบอกเขาเองตอนนี้ไง

English conversation 85
เปลี่ยนงาน

A – How was work today?

วันนี้ทำงานเป็นอย่างไรบ้าง

B – It was boring and stressful as usual.

ก็น่าเบื่อและเครียดเหมือนเดิม

A – I take it you don’t like your job then?

อย่างนี้แปลว่า ไม่ได้ชอบงานนี้ใช่ไหม

B – I like it, but sometimes the work is a lot to handle.

ก็ชอบนะ แต่บางครั้งรับมือกับงานหนักก็ยากเหมือนกัน

A – Have you ever considered changing your job?

เคยคิดที่จะเปลี่ยนงานไหม

B – I have, but I think I will stay at this one for at least 2 years first.

เคยนะ แต่ผมว่าควรทำงานที่นี่อย่างน้อยสองปีก่อน

A – That’s a good idea, you may end up liking this job.

เป็นความคิดที่ดีนะ ใครจะรู้ สุดท้ายแล้วคุณอาจชอบงานนี้ก็ได้

B – Yeah, I think it’s important to gain experience in a job before leaving it.

ใช่ ผมว่ามันสำคัญที่เราจะได้ประสบการณ์พอสมควร ก่อนที่จะย้ายงานไปที่อื่น

A – I agree!

เห็นด้วย

English conversation 86
สูบบุหรี่

A – Hey! What are you doing?!

เฮ้ย ทำอะไรเนี่ย

B – Having a smoke.

จะสูบบุหรี่ไง

A – You can’t smoke inside the mall!

ในห้างมันถูกห้าม

B – I didn’t see a sign anywhere forbidding to do so.

ไม่เห็นจะมีป้ายห้ามสักหน่อย

A – Everyone knows it’s forbidden to smoke inside!

แหม ใครๆ ก็รู้แล้วว่าห้ามสูบบุหรี่ในห้าง

B – Just a quick smoke won’t do any harm.

ก็แค่สูบบุหรี่แปปหนึ่งไม่เห็นจะเป็นไรนักหนา

A – Quick! Put it out! Some security guards are coming.

เร็วเข้า ดับออกสิ พวกยามจะมาหาแล้ว

B – Oh bugger! They’ve seen me!

ตายล่ะ เขาเห็นผมแล้ว

A – Come on! Leg it!

เร็วๆ วิ่งหนีเถอะ

English conversation 87
กีฬา

A – Do you enjoy playing sports?

คุณชอบเล่นกีฬาไหม

B – I do, but don’t have much free time to do any.

ชอบนะ แต่ไม่ค่อยมีเวลาว่างไปเล่นเลย

A – What sports are you good at?

คุณเก่งกีฬาไหนบ้าง

B – I’m pretty good at ping pong.

ผมเล่นปิงปองค่อนข้างเก่งนะ

A – You? Don’t be silly!

คุณนี่นะ อย่ามั่ว

B – You don’t believe me? Alright then, I challenge you to a match!

คุณไม่เชื่อผมเหรอ งั้น ผมท้าคุณแข่งกัน

A – You wanna challenge me? I’ll beat you easy!

คุณอยากแข่งกับผมเหรอ ผมจะชนะอย่างง่ายดาย จิ๊บๆ

B – You’re such a bragger! Just you wait and see!

คุณขี้โม้จัง เดี๋ยวคอยดูนะ

A – Bring it on!

เอามาเลย!

English conversation 88
ซูเปอร์ฮีโร

A – Have you seen the latest Batman movie?

คุณดูหนังแบทแมนล่าสุดหรือยัง

B – Yeah, it’s rubbish.

ดูแล้ว มันกากจัง

A – What? Why didn’t you like it?

อะไรอ่ะ ทำไมไม่ชอบ

B – It’s just way too over the top.

มันเว่อร์เกิน

A – So, who’s your favorite superhero then?

แล้วใครคือซูเปอร์ฮีโรคนโปรดของคุณล่ะ

B – Probably Superman.

น่าจะเป็นซูเปอร์แมน

A – He’s so boring.

ซูเปอร์แมนน่าเบื่อจะตาย

B – He can fly and shoot lasers out of his eyes! How is that boring!

เขาบินและยิงเลเซอร์ออกจากตาได้ มันน่าเบื่อตรงไหน

A – Whatever! I still think Batman is the best!

ช่างมันเหอะ ยังไงแบทแมนก็ยังเก่งที่สุดแหละ

English conversation 89
ไปไหนมาไหน

A – Have you been to Bangkok before?

คุณเคยไปกรุงเทพมาก่อนไหม

B – Yeah, twice. It’s so crowded.

เคยไปสองครั้งมาแล้ว คนแน่นมาก

A – I’m gonna go visit there next week, but I’m not sure how I should get around.

ผมจะไปที่นั่นสัปดาห์หน้า แต่ไม่แน่ใจว่าจะไปไหนมาไหนอย่างไร

B – I’d recommend the subway, it’s very convenient.

ผมขอแนะนำให้ใช้รถไฟใต้ดิน มันสะดวกดี

A – How about the bus system?

แล้วระบบรถเมล์ล่ะ

B – It’s not very good, as there are always traffic jams.

ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะรถติดบ่อยๆ

A – What’s the sky train?

แล้วอะไรคือ รถไฟทางฟ้า

B – Oh, it’s called the BTS, it’s an elevated train system.

โอ๋ มันเรียกว่า บีทีเอส เป็นระบบรถไฟที่ถูกยกระดับลอยฟ้า

A – Cool! I wanna try that!

เจ๋ง อยากลองบ้าง

English conversation 90
ถูกไล่ออกจากงาน

A – Hey, what’s up? You seem a bit upset today.

คุณ เป็นไรหรือเปล่า วันนี้คุณดูแบบเศร้าๆ เลย

B – I’ve got some bad news.

ผมมีข่าวร้ายจะบอก

A – How bad?

มันร้ายแค่ไหนล่ะ

B – I got fired from my job!

ผมถูกไล่ออกจากงาน

A – Oh man, really? Why?!

อ้าว แย่แล้ว จริงเหรอ ทำไมอ่ะ

B – I arrived late for work too often.

ผมไปทำงานสายบ่อยเกินไป

A – Well, don’t worry. I’ve got some good news for you!

ไม่เป็นไรนะ ยังไงก็ผมมีข่าวดีจะบอกคุณแหละ

B – What news?

ข่าวดีอะไรเหรอ

A – My company are looking for new staff!

บริษัทของผมกำลังรับสมัครคนงานใหม่

English conversation 91
อเมริกา

A – Where’ve you disappeared to lately?

ช่วงนี้คุณหายไปไหนเนี่ย

B – I took a trip to America.

ผมไปเที่ยวอเมริกามา

A – Wow, I’m so jealous of you! I wish I could have gone too!

โห  อิจฉาจัง อยากไปด้วยคน

B – I would have invited you, but it was just a family trip.

ผมก็อยากจะชวนคุณนะ แต่ทริปนั้นเป็นเฉพาะกับครอบครัวเท่านั้น

A –  It’s alright, I understand.

ไม่เป็นไร ผมเข้าใจ

B – How about we go on a trip next month?

เอางี้ เดือนหน้าเราไปเที่ยวกันดีไหม

A – Yeah, for sure! Let’s do that!

เยี่ยม เอาเลย

B – Where do you wanna go?

แล้ว คุณอยากไปไหนล่ะ

A – America!

อเมริกาไง!

English conversation 92
M-150 ลุ้นโชครวยล้าน

A – Guess what I just won?

ให้ทายสิ ว่าผมได้ชนะอะไร

B – I dunno, what?

ไม่รู้ อะไรเหรอ

A – I won first prize in the M150 million baht draw!

ผมได้รับรางวัลที่หนึ่ง M-150 ลุ้นโชครวยล้าน

B – No way! Really!?

ไม่มีทาง จริงเหรอ

A – Look! Here’s the official text message.

ดูสิ นี่คือข้อความจากเขาเอง

B – I can’t believe it! You just won a million baht!

ไม่อยากจะเชื่อเลย คุณได้รับหนึ่งล้านบาท

A – I never thought I would win, cuz so many people play this draw.

ผมไม่เคยคิดว่าจะได้ชนะ เพราะมีคนเล่นเยอะมาก

B – So what are you gonna do with the money?

แล้วคุณจะใช้เงินก้อนนี้ไปซื้ออะไรบ้าง

A – I’m gonna buy my parents a new house.

จะซื้อบ้านหลังใหม่ให้กับพ่อแม่

English conversation 93
ใบขับขี่

A – Can you drive me to work today?

วันนี้คุณช่วยขับรถของผมไปส่งที่ทำงานได้ไหม

B – How come you can’t drive yourself?

อ่าว แล้วทำไมคุณขับเองไม่ได้

A – I sprained my wrist last night playing football.

เมื่อคืนเล่นฟุตบอลทำข้อมือพลิก

B – I would help you, but I don’t have a driver’s license.

ก็อยากจะช่วยคุณนะ ว่าแต่ผมไม่มีใบขับขี่

A – So you can’t drive?

ขับรถไม่เป็นเหรอ

B – I’ve failed the test about 20 times already.

ก็ผมสอบตกมากกว่ายี่สิบครั้งแล้ว

A – Whoa, your driving must be awful.

โห คุณขับแย่ขนาดเหรอเนี่ย

B – I usually end up crashing into everything and anything.

ผมมักจะชนทุกสิ่งที่ขวางหน้าไปหมดเลย

A – Haha, well in that case, I’ll just get a taxi to work.

ฮ่าๆ งั้น ผมจะนั่งแท๊กซี่ไปทำงานดีกว่า

English conversation 94
อาหารเจ

A – Have you eaten yet?

คุณกินข้าวแล้วหรือยัง

B – Not yet.

ยัง

A – Wanna have KFC for lunch?

อยากกินเคเอฟซีกันไหม

B – But I’m a vegetarian, I can’t eat meat.

แต่ผมกินอาหารเจเท่านั้น กินเนื้อไม่ได้ไง

A – Oh, but KFC fried chicken is so tasty.

อ้าวเหรอ แต่ไก่ทอดเคเอฟซีอร่อยจัง

B – How about we go to Salad concept?

ให้เราไปที่ร้านสลัดคอนเซ็ป ดีกว่าได้ไหม

A – Just salad? How can you get full on that?

กินแค่สลัดอย่างเดี่ยวเหรอ จะอิ่มไหมเนี่ย

B – You can order a chicken salad.

คุณก็สั่งสลัดไก่ก็ได้

A – Alright then, seya there.

เค ตกลง เจอกันที่นั่นนะ

English conversation 95
สื่อสังคมออนไลน์

A – How often do you check your Facebook?

คุณเช็คเฟสบุ๊คของคุณบ่อยแค่ไหน

B – Every day!

ทุกวันเลย

A – How many times a day then?

กี่ครั้งต่อวัน

B – I reckon about 4 times a day.

น่าจะสักสี่ครั้งต่อวัน

A – Do you use any other social media?

แล้วคุณใช้พวกสื่อสังคมออนไลน์อื่นๆ บ้างไหม

B – I use them all, I’m kind of an addict.

ใช้หมดเลย ผมแทบจะติดมันจริงๆ

A – I think there a waste of time.

ผมว่ามันเสียเวลาของเราไปมากกว่า

B – They can waste your time, but they have more pros than cons.

มันก็เสียเวลาของเราได้ แต่มันมีข้อดีมากกว่าข้อเสียนะ

A – I guess you’re right.

คุณคงพูดถูกเน้อะ

English conversation 96
การเมือง

A – Did you see the recent news?

เห็นข่าวล่าสุดหรือยัง

B – What news?

ข่าวอะไรเหรอ

A – China just elected their new president.

ประเทศจีนได้เลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่

B – I don’t really follow political news.

ผมไม่ค่อยติดตามข่าวการเมืองเท่าไหร่

A – So you don’t care about politics?

คุณไม่ได้สนใจเรื่องการเมืองเหรอ

B – Not so much, I don’t see how it’s got anything to do with my life.

ไม่เท่าไหร่ ผมไม่เห็นการเมืองจะมีอะไรเกี่ยวกับชีวิตของผม

A – Politics effects many areas of your life. You should try and pay attention to it more.

การเมืองจะมีผลกระทบต่อชีวิตของคุณในหลายๆ ด้านนะ คุณควรจะใส่ใจเรื่องมันมากว่านี้

B – Nah, I don’t wanna care about it.

ไม่เอาอ่ะ ไม่อยากจะสนใจ

A – Fine, as you wish then.

เอ่อ ก็ได้ ตามใจล่ะกัน

English conversation 97
ร้านกาแฟแมว

A – Do you wanna go chill in a café today?

วันนี้อยากไปนั่งร้านกาแฟชิวๆ กันไหม

B – Alright, which one?

เอาดิ ร้านไหนล่ะ

A – Let’s go to that Cat café!

ไปร้านกาแฟแมวกันเถอะ

B – Cat café? What’s that?

ร้านกาแฟแมว คือะไรอ่ะ

A – A café with cats roaming all around.

ก็เป็นร้านกาแฟที่เต็มไปด้วยแมวเดินไปเดินมาทั่วๆ ร้านเลย

B – I don’t want cat hair in my coffee!

ผมไม่อยากดื่มกาแฟที่มีขนแมวผสมด้วยนะคุณ

A – I’m sure that won’t happen.

แบบนั้นไม่เกิดขึ้นแน่ๆ

B – If it does, you’re paying for my coffee, got it?

ถ้ามีนะ คุณจะจ่ายเอง

A – Haha, sure. No worries.

ฮ่าๆ ได้เลย ไม่มีปัญหาหรอก

English conversation 98
ของฝาก

A – I can’t wait for my trip next week!

แทบจะรอไม่ไหวแล้วที่จะไปเที่ยวสัปดาห์หน้า

B – Where are you off to?

จะไปเที่ยวไหน

A – I’m off to Thailand for a week.

จะไปประเทศไทยหนึ่งสัปดาห์

B – I love Thai food, it’s so tasty.

ผมชอบอาหารไทยมากๆ อร่อยสุดๆ เลย

A – I’ll eat lots for you.

ผมจะกินเยอะๆ เผื่อนะ

B – Are you gunna visit some islands too?

แล้วคุณจะไปเยี่ยมพวกเกาะด้วยไห

A – Yeah, of course. The beaches are stunning!

แน่นอนสิ ชายหาดที่พวกเกาะนั้นสวยมากๆ

B – Don’t forget to bring me a souvenir back!

อย่าลืมเอาของฝากให้ผมด้วยนะ

A – Sure, I promise.

ได้เลย ผมสัญญา

English conversation 99
ฝึกใช้ภาษาอังกฤษ

A – May I ask you a question?

ขอถามอะไรหน่อยได้ไหม

B – Sure. What do you wanna ask?

ได้ อยากถามอะไรเหรอ

A – Why are you learning English?

ทำไมคุณถึงเรียนภาษาอังกฤษอยู่

B – I love travelling, so English is very important for that.

ผมชอบไปเที่ยวต่างประเทศ ภาษาอังกฤษก็เลยสำคัญ

A – Apart from traveling, do you need English for anything else?

นอกจากนั้น คุณต้องใช้ภาษาอังกฤษสำหรับอะไรอื่นๆ บ้าง

B – I work in an international hotel chain in Bangkok, so I need to use English with the guests.

ผมทำงานในโรงแรมนานาชาติ เลยต้องใช้ภาษาอังกฤษกับพวกแขก

A – I want to learn English, but don’t have any opportunities to practice using it.

ผมอยากเรียน แต่ไม่มีโอกาสฝึกใช้จริงๆ

B – You can practice with me, I don’t mind.

คุณฝึกใช้ภาษาอังกฤษกับผมก็ได้ดิ

A – Really? Thanks a lot!

จริงเหรอ ขอบใจมากๆ นะ

English conversation 100
พัฒนาภาษาอังกฤษ

A – I need your help.

ขอช่วยผมหน่อย

B – How can I help?

ได้สิ จะให้ช่วยยังไง

A – I want to improve my English.

ผมอยากเก่งภาษาอังกฤษ

B – But you can already speak English well.

แต่คุณพูดภาษาอังกฤษได้ดีอยู่แล้วนะ

A – I want to be fluent, like you!

แต่ผมอยากพูดคล่องเหมือนคุณ

B – Well, I’d suggest to do more listening and reading.

ก็ผมขอแนะนำให้ฝึกฟังและอ่านบ่อยๆ

A – That’s it? Just listen and read more.

แค่นี่เองเหรอ แค่ฟังและอ่านให้มากขึ้น

B – Yep, that’s it!

ใช่ครับ แค่นี่เองแหละ

A – I didn’t think it’d be as easy as just that!

ผมไม่ได้คิดว่ามันจะง่ายขนาดนั้น

เว็บไซต์บริหารงานโดย Life Key Company Limited โทรศัพท์: 088 252 6906