5 ways to learn English

  1. Memorizing vocabulary

    การท่องคำศัพท์

  2. Watch TV

    ดูทีวี

  3. Make your own dictionary

    การทำพจนานุกรมของตนเอง

  4. Read often!

    อ่านหนังสือบ่อยๆ 

  5. Listen to music

    ฟังเพลง

 

1.

คำถามที่สำคัญที่สุดเรื่องการท่องคำศัพท์ก็คือ

“เราควรเริ่มต้นท่องคำศัพท์จากที่ไหนก่อน”

ตอบง่ายๆ เลยได้ว่า
“ต้องเริ่มต้นจากคำศัพท์ที่เราใช้บ่อยที่สุดในชีวิตประจำวันนั่นเองครับ”

เพราะที่จริงแล้ว ในคำพูดชีวิตประจำวัน เรามักใช้ไม่เกิน 300 – 500 คำ
ซึ่งคำเหล่านี้ เราใช้มันซ้ำๆ คำศัพท์พวกนี้จะบอกว่าเป็นคำศัพท์หลักเลยก็ว่าได้
เพราะฉะนั้น ให้เราเริ่มต้นจากคำพวกนี้ก่อน
ผมได้จัดคำศัพท์ที่ใช้บ่อยที่สุดในชีวิตประจำวัน แล้วได้แบ่งเป็น 500 / 1000 / 2000 คำ

คุณเริ่มต้นจาก 500 คำก่อน แล้วพอที่ท่องได้หมดแล้ว ก็คอยต่อกับ 1000 คำ

กดลิงค์ข้างล่างนี้เพื่อไปดูคำศัพท์ครับ

https://www.englishbychris.com/portfolio-items/vocabulary/

ส่วนวิธีท่องคำศัพท์ ที่คุณต้องทำคือดูคำศัพท์ในรายการ(list)นั้น
แล้วปิดคำแปลเป็นภาษาอังกฤษ แล้วดูคำไทย
ลองดูสิว่า คุณสามารถแปลเป็นภาษาอังกฤษได้หรือไม่
ถ้าทำได้ ก็เช็คก่อน หรือ ถ้าแปลไม่ออก หรือแปลผิด ก็ต้องจดคำนี้ลงไปก่อน
เมื่อได้ 5 คำแล้ว (ซึ่งเป็นคำใหม่ที่คุณไม่รู้ หรืออาจรู้มาก่อนแต่ลืมไป)
คุณก็จดลง 5 คำนี้ที่กระดาษเล็กๆ แล้วพกไว้ในกระเป๋า หรือแค่ให้ติดตัวคุณไปทั้งวัน
เมื่อไหร่ในวันนั้นที่คุณมีเวลาว่าง ก็เอากระดาษที่มี 5 คำใหม่นั้นออกมาฝึกท่องอีกรอบ
ทำอย่างนี้ทั้งวัน แล้ววันต่อไป ก็ทำเหมือนกัน ไปหา 5 คำ ใหม่ แล้วทำซ้ำ

แล้วอย่าลืมที่จะเก็บกระดาษที่มี 5 คำใหม่ ทุกๆ แผ่นไว้ด้วยนะครับ
เพราะทุกวันสิ้นเดือน คุณก็จะต้องทบทวนพวกคำใหม่นี้อีกรอบก่อนที่จะเริ่มต้นเดือนใหม่
โดยใช้วีธีเดียวกันที่คุณได้เอาคำใหม่จากคำศัพท์ในรายการ(list)นั้น
ถ้ามีคำใดที่ท่องมาแล้วในเดือนนั้นที่ลืมไป ก็ต้องท่องอีกรอบ
พอที่ได้ทบทวนคำศัพท์จากกระดาษพวกแผ่นนั้น
คุณก็จะสามารถกลับไปหาคำศัพท์จากคำศัพท์ในรายการ(list)นั้นเหมือนเดิม

ด้วยวิธีนี้ จะไม่มีคำศัพท์คำใดที่จะท่องแล้ว ลืมได้
เพราะทุกๆ คำต้องถูกทบทวนอย่างน้อยหนึ่งครั้งตอนสิ้นเดือน

ดูรูปซิ ผมทำวิธีนี้มาตลอด แล้วยังทำอยู่ปัจจุบันนี้ด้วย
รูปนี้แค่สองถุงเอง ผมมีมากกว่านะตั้งเยอะเลย 🙂

2014-12-08 12.55.23

2.

การดูทีวีบ่อยๆ มีประโยชน์มากในการเรียนภาษาอังกฤษ
โดยที่ทีวีมีรายการเรื่องหลายๆ ประเภท ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง –

Soap operas ละคร – ที่เสนอภาษาในชีวิตประจำวัน
Cartoons การ์ตูน – ที่เสนอภาษาในรูปแบบฟังเข้าใจง่าย
Documentary สารคดี – ที่เสนอภาษาในรูปแบบด้านเฉพาะ ให้เราเรียนรู้คำศัพท์เฉพาะ
News ข่าว – ที่เสนอภาษาในรูปแบบเป็นทางการ และอย่างสุภาพ

แล้วในขณะที่กำลังดูทีวี ควรใช้สัก 5 นาที ทุก 30 นาที ทีจะลองพูดตามเสียงคำพูดเท่าที่ฟังออก
ตั้งใจที่จะเลียนแบบทั้งการออกเสียง/น้ำเสียง/การลงน้ำหนักที่พยางค์ให้ถูกต้อง
อย่างเช่น a-MA-zing ไม่ใช่ a-ma-ZING

ส่วนการดูหนังนะครับ ผมขอแนะนำวิธีต่อไปนี้

1. ดูหนังครั้งแรกด้วยภาคเสียงอังกฤษ แล้ว Sub อังกฤษ
2. ในระหว่างดูหนัง พยายามจดลงทุกคำที่ไม่รู้จัก
3. ไปหาความหมายของพวกคำนั้นที่ได้จดลง
4. ดูหนังเรื่องเดิมเป็นครั้งที่สอง โดยที่มีคำใหม่ๆ พร้อมกับคำแปลให้อ่าน
5. ดูหนังเป็นครั้งที่สามด้วยภาคเสียง แล้วไม่มี Sub ใดๆ เลย

3.

การทำพจนานุกรมของตนเองนั้นหมายความว่าอย่างไร ให้ผมอธิบายหน่อย

ที่คุณต้องทำตั้งแต่แรกๆ ที่เริ่มต้นเรียนภาษาอังกฤษ
ก็คือเอาทุกๆ คำที่คุณเรียนรู้หรือท่องใหม่มาบันทึกไว้
เพื่อให้คุณสามารถดูความคืบหน้าของคุณในการเรียนภาษาอังกฤษ
ยิ่งกว่านั้น พจนานุกรมของตนเองนั้นจะแสดงถึงจำนวนคำศัพท์ที่รู้จริงๆ
แทนที่คุณจะท่องมาแล้ว ลืมไปในอีกไม่ช้า

เริ่มต้นสะสมคำศัพท์ได้ทันทีครับ
จากวิธี 1 การท่องคำศัพท์ ผมให้คุณเริ่มจากคำศัพท์ในรายการ(list)นั้น
ซึ่งทุกคำที่คุณรู้แล้วใน list นั้น คุณสามารถบันทึกไว้ได้แล้ว
หรือ เมื่อถึงคำที่ไม่รู้ ก็ให้บันทึกไว้ในตอนที่เจอเท่านั้น
เป้าหมายคือ อีกไม่นานพจนานุกรมของคุณเองจะมีทุกคำที่อยู่ในทั้ง 3 list นั้น
จากนั้น คุณก็แค่บันทึกคำใหม่ที่เจอจากที่อื่นๆ ในชีวิตประจำวันของคุณ
ไม่ว่าจะมาจากการอ่านหนังสือ ดูป้ายโฆษณา เล่นเฟสบุ๊ค อะไรก็ตาม
ที่ผมพยายามพูดก็คือ คุณต้องตั้งใจสังเกตภาษาอังกฤษในทุกที่ ตลอดเวลา
แล้วเมื่อไหร่ที่เจอคำใหม่ ก็จดลงทันที
ผมเองมักจดลงในมือถือไปก่อน
แล้วทุกสิ้นเดือน ผมก็จะเอาคำใหม่ๆ พวกนี้เป็น list แรกที่จะฝึกท่องก่อน
ก่อนที่ผมจะทบทวนตาทพจนานุกรมของตนเอง

4.

การอ่านหนังสือบ่อยๆ มีประโยชน์มากในการเรียนภาษาอังกฤษ
เพราะเช่นเดียวกับการดูทีวี หนังสือมีอยู่ตั้งหลายๆ เรื่องตามประเภทต่างๆ

แล้วที่เราควรฝึกทำตอนอ่านหนังสือ ก็คืออ่านพร้อมพูดออกเสียงไปด้วย
เพราะถ้าเราทำอย่างนั้น เราก็จะฝึกทั้ง การอ่าน/พูด/ฟัง ในขณะเดียวกัน
นอกจากนั้นการอ่านหนังสือจะยิ่งช่วยเราในการท่องคำศัพท์ด้วย
เพราะบางที เราอาจจำได้ว่า คำหนึ่งแปลว่าอะไรในภาษาอังกฤษ
แต่อาจไม่สามารถจำคำออกเสียงของคำคำนั้นได้
แต่อย่างน้อยเราจะสามารถเขียนเพื่อสื่อสารได้
หรือ ที่จริงในยุคสมัยนี้ คุณก็แค่กดเปิด App ในมือถือ
พิมพ์คำนั้นเข้าไป แล้วคุณจะสามารถได้ยินว่าคำคำนั้นออกเสียงอย่างไร

5.

การฟังคงจะง่ายที่สุด เพราะเราไม่ต้องทำอะไรเลย แค่ฟังอย่างเดียว
แต่เอ๊ มันจะมีวิธีในการฟังเพื่อได้ประโยชน์มากที่สุดด้วยเหรอ
คำตอบคือ มีครับ ผมจะอธิบายจากประสบการณ์ของผมเองนะครับ

1. สร้าง Playlist ใน Youtube ที่รวมทุกเพลงที่คุณชอบ
2. เมื่อไหร่คุณเปิดคอม ก็ให้เปิดเล่นเพลงใน Playlist ไปพร้อมกันทุกครั้ง

การที่เราฟังเพลงเดิมแบบซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันจะช่วยให้เราจำเนื้อร้องได้ง่ายขึ้น
แล้วในอีกไม่นาน คุณจะจำเนื้อร้องของทุกเพลงได้
แล้วจะสามารถร้องเพลงเพลงนั้นจากใจด้วย

Skills

Posted on

06/12/2014

Submit a Comment

Your email address will not be published.