คุณเหนื่อยและเบื่อกับการเรียนภาษาอังกฤษอยู่ไหม

คุณสามารถเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์

อย่างสนุกและง่ายได้ที่นี่!

มาพบกับประสบการณ์เรียนภาษาอังกฤษ
ที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณโดยสิ้นเชิง

ปัจจุบันนี้ภาษาอังกฤษกลายเป็นภาษาสากลของโลก
เป็นภาษาที่สำคัญมากในการสื่อสารระหว่างแต่ละประเทศทั่วโลก
แต่ไม่ใช่ทุกคนที่มีทั้งเวลาและเงินเพียงพอที่จะเรียนภาษาอังกฤษได้
การเรียนภาษาอังกฤษตามสถาบันสอนภาษาต่างๆ มักจะมีค่าใช้จ่ายที่แพงมากสำหรับคนทั่วไป
แล้วจะมีทางเลือกอะไรบ้างล่ะ สำหรับคนที่ต้องการจะเรียนภาษาอังกฤษ แต่มีงบประมาณจำกัด
คำตอบคือ เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์
ไม่ว่าจะเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ฟรีด้วยสื่อตาม social media ผ่าน Youtube หรือ Facebook
หรือจะเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ด้วยคอร์สออนไลน์ ที่มีค่าใช้จ่ายต่ำและคุ้มค่ามากทีเดียว
การเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์มีข้อดีมากมายดังนี้

– เรียนเวลาไหนก็ได้ ไม่มีคำว่าสาย
– ไม่ต้องเดินทาง เจอรถติด แถมก็ต้องเสียเงินกับค่าเดินทางด้วยซ้ำ
– เรียนอย่างสะดวกสบายที่บ้าน นั่งชิวๆ กินขนมไป เรียนไป สบ๊ายสบาย
– ไม่ต้องเรียนตามคนอื่นในกลุ่ม แต่เลือกเรียนอะไรก็ได้ เมื่อไหร่ก็ได้
– ไม่เข้าใจการสอนตรงไหน เรียนซ้ำกี่ครั้งก็ได้จนเข้าใจ ไม่ต้องแข่งกับคนอื่นในกลุ่ม
เห็นได้ชัดเจนว่า การเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์เป็นทางเลือกที่ทั้งคุ้มค่ามากและมีประโยชน์มาก

ลองเรียนออนไลน์คอร์สฟรี

วิธีเรียนภาษาอังกฤษ

การเรียนภาษาอังกฤษต้องครบทั้ง 4 ทักษะหลัก ก็คือ การพูด การฟัง การเขียน การอ่าน
ซึ่งสามารถทำได้ผ่านระบบออนไลน์คอร์ส
ก่อนอื่น เราต้องเข้าใจหลักการณ์การเรียนภาษา
ซึ่งจะถูกแบ่งออกเป็น input การรับเข้า กับ output การส่งออก
input ก็คือ การฟัง กับ การอ่าน ส่วน output ก็คือ การพูด กับ การเขียน
สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเรียนภาษา ก็คือ input
เพราะเราไม่สามารถพูดอะไรที่ไม่เคยได้ฟังมาก่อน และเราไม่สามารถเขียนอะไรที่ไม่เคยได้อ่านมาก่อน
ถ้าอยากพูดภาษาอังกฤษให้เก่งขึ้น ก็ไม่ใช่ด้วยการฝึกพูด … งงอยู่แน่ๆ ใช่ไหมล่ะ
ให้ผมอธิบายอีกหน่อย แล้วจะได้เข้าใจ
การที่คุณจะพูดได้ ก่อนอื่นก็ต้อง input ตามนี้
1. input คำศัพท์ – ต้องเพิ่มจำนวนคำศัพท์ที่รู้ เพื่อจะไปพูดได้ ไม่งั้นแม้ว่าคุณมีความตั้งใจจะฝึกพูดภาษาอังกฤษมากแค่ไหน ก็จะไม่สามารถพูดอะไรได้อยู่ดี
2. input – การอ่าน – ต้องอ่านคำศัพท์ตามบริบทต่างๆ เพื่อจะได้ใช้ถูกสถานการณ์ ไม่ใช่แค่ท่องอย่างเดียว
เพราะคำศัพท์ในแต่ละภาษาก็อาจถูกใช้ไม่เหมือนกับภาษาของเราเอง ขอยกตัวอย่าง
คำว่า กิน เราคงอาจแปลได้ว่า eat
และสำหรับภาษาไทย มีประโยคแบบนี้ อยากไปกินกาแฟกันไหม และโดยที่คุณไม่รู้บริบทที่ถูกต้อง คุณก็จะไปแปลเป็น Do you want to go eat some coffee?
บอกได้เลยว่า ถ้าฝรั่งได้ยินคุณถามอย่างนี้ คงขำตายเลย
เพราะ eat ใช้เฉพาะกับการกินที่เป็นลักษณะของแข็ง ซึ่งจะต้องถูกเคี้ยวก่อนกลื่นได้
แต่ภาษาไทยใช้คำว่า กิน สำหรับอาหารทั้ง ของแข็ง และของเหลว/เครื่องดื่ม
สรุปได้ว่า การอ่าน จำเป็นมากเพื่อให้เราเข้าใจวิธีใช้คำศัพท์ตามบริบท/สถานการณ์ อย่างถูกต้อง
3. input – การฟัง – ต้องฟังดีๆ ว่าคำศัพท์คำนั้นออกเสียงว่าอย่างไหร่
ซึ่งสำหรับคนไทย ที่ชอบเอาภาษาไทยเป็นคำอ่านภาษาอังกฤษ ควรละทิ้งการพึ่งภาษาไทยให้อ่านภาษาอังกฤษ
และเรียนรู้วิธีอ่านภาษาอังกฤษอย่างถูกต้องและตามหลักการ phonics
ลองคิดถึงภาษาแม่ของตัวคุณเอง ตอนเด็กๆ คุณไม่ได้เอาอีกภาษาหนึ่งมาอ่านภาษาแม่ของคุณ เพราะไม่ได้รู้ภาษาอื่นใดๆ เลย แต่คุณแค่ตั้งใจฟังและพูดตาม/เลียนแบบ ต้นฉบับ ซึ่งก็คือคนที่ใช้ภาษานั้นได้คล่องแล้ว เช่นคุณพ่อแม่ คุณครู เป็นต้น
แล้วในเมื่อวิธีธรรมชาติแบบนี้ทำให้คุณสามารถพูดภาษาไทยได้อย่างคล่องและชัดเจน
ทำไมไม่ได้ใช้วิธีนี้ในการเรียนภาษาอังกฤษล่ะ ฟังและพูดตาม! ไม่ใช่ภาษาไทย ซึ่งมีข้อจำกัดมาก
เพราะมีทั้งพยัญชนะและสระในภาษาอังกฤษ ที่ ไม่มี!!! ในภาษาไทย
เช่น พยัญชนะ th ใน the ไม่ได้อ่านว่า! “เดอะ” และ สระ o ใน do ไม่ได้อ่านว่า! “ดู”
มีคำอีกเยอะแยะที่คนไทยส่วนมากอ่านทั้งผิดหรือไม่ก็เพี้ยนมาก
เพราะพึ่งคำอ่านภาษาไทย แทนที่จะแค่ฟังและพูดตามต้นฉบับ ซึ่งเป็นวิธีธรรมชาติ

หลังจากที่เราได้ input ทั้งสามขั้นตอนนี้แล้ว
เราจะพร้อมเสมอที่จะ output ได้อย่างถูกต้องและคล่องแคล่วเสมือนคนชาวต่างชาติเลยนะครับ
สรุปได้ว่า อยากพูดภาษาอังกฤษให้เก่ง ก็แค่ทำตาม input สามขั้นตอนนี้นะครับ
1. ท่องศัพท์ใหม่ (โดยการไล่ตามคำศัพท์ที่ใช้บ่อยที่สุดถึงไม่บ่อยลงมา)
2. อ่าน คำศัพท์ตามบริบท/สถานการณ์เพื่อใช้อย่างถูกต้อง
3. ฟัง คำศัพท์ จากต้นฉบับ (คนที่ใช้ภาษานั้นได้อย่างคล่อง) โดยที่ตั้งใจฟังและพูดตาม/เลียนแบบ
เพื่อฝึกการออกเสียงให้เป็นธรรมชาติและคล่องแคล่ว

ลองเรียนออนไลน์คอร์สฟรี

เปลี่ยนแง่คิดใหม่

ผมขอแบ่งปันความคิดเกี่ยวกับการเรียนภาษานะครับ
สำหรับผม ไม่มีใครเป็น เจ้าของภาษา
ในภาษาอังกฤษ เราไม่มีคำนี้ แต่เป็นคำว่า native ซึ่งแค่หมายถึง คนที่ใช้ภาษานั้นเป็นภาษาหลัก
เพราะไม่มีใครเป็นเจ้าของภาษา คนเราจะเป็นเจ้าของ ‘ภาษา’ ได้อย่างไหร่ล่ะ คุณซื้อมันมาหรืออะไรล่ะ?
ภาษาเป็นแค่ วิชา อย่างหนึ่ง ไม่ต่างจากวิชาใดๆ
คุณคงไม่เคยได้ยินใครบอกว่า ‘ผมเป็นเจ้าของคณิตศาสตร์’ จะบ้าเหรอ 555
และทำไมถึงพูดได้ว่า เป็นเจ้าของภาษา ล่ะ
ภาษา เป็น แค่ วิชา! ใครๆ ก็เรียนได้ เมื่อเรียนจนเข้าใจอย่างดีแล้ว ก็สามารถใช้เป็น
อยากมีความเข้าด้านคณิตศาสตร์ ก็แค่เรียนไง และคุณจะสามารถใช้เป็น
น่าเสียดายที่ภาษาไทยใช้คำว่า เจ้าของภาษา เพราะมันจึงทำให้คนไทยรู้สึกเสมือนต่ำต้อยกว่าคนที่ถูกเรียนว่า เจ้าของภาษาอังกฤษ ราวกับว่า คุณในฐานะคนไทยไม่มีสิทธิ์เท่าผมในการใช้ภาษาอังกฤษ
หยุด! เราต้องลบล้างความคิดนี้ในคนไทยให้หมด
ฟังดีๆ นะครับ ผมเป็นคนอังกฤษ แต่ผม ไม่ใช่ เจ้าของภาษาอังกฤษ สักหน่อย
ผมแค่เกิดในประเทศอังกฤษที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก ผมก็เลยสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างคล่อง
และคุณในฐานะคนไทย มีสิทธิ์และศักยภาพเท่าๆ ผมที่จะเรียนและใช้ภาษาอังกฤษอย่างคล่องแคล่วเช่นกัน
เพราะภาษาเป็นแค่วิชาที่ใครๆ ก็เรียนได้ นะครับ
เราเป็นมนุษย์เหมือนกันนะครับ ไม่มีใครต่ำต้อยกว่าใคร เพราะเราทุกคนเท่าเทียมกัน

เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์กับคอร์ส English by Chris

ผมเองรับประกันว่าวิธีเรียนแบบธรรมชาติได้ผลและใช้ได้จริงนะครับ
เพราะโดยวิธีธรรมชาตินี้ตัวผมเองสามารถใช้ภาษาไทยอย่างคล่องแคล่ว และยังพูดจีนได้ด้วยนะครับ
真的 我不是开玩笑 我也会说中文流利的
สำหรับใครๆ ที่เบื่อกับวิธีเรียนภาษาอังกฤษแบบเดิมๆ ที่ไม่ได้ผลสักที
ผมขอแนะนำคอร์สออนไลน์ของผมที่ www.EnglishbyChris.com
ให้คืนความสุขและความมั่นใจในการเรียนภาษาอังกฤษนะครับ
ถ้าผมเรียนภาษาไทยและจีนได้ คุณก็เรียนภาษาอังกฤษได้เหมือนกันนะครับ!

ทาง EnglishbyChris มีออนไลน์คอร์สสำหรับทุกวัยทุกระดับ
ตั้งแต่ระดับพื้นฐานถึงระดับเท่าเทียมกับ Native
แต่ละคอร์สจะสอนถามหัวข้อที่จำเป็นต่อการใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันมากที่สุด
ให้เราดูเนื้อหาของระดับต้น Beginner Course กันนะครับ

1. Greetings การทักทาย
2. Articles เป็นคำนำหน้านาม
3. Pronouns and nouns คำสรรพนาม และคำนาม
4. Tenses โครงสร้างเวลา
5. Time and numbers การบอกเวลาและตัวเลข
6. Feelings ความรู้สึก
7. Family ครอบครัว
8. Questions and answers การถามตอบ
9. Weather สภาพอากาศ
10. Prepositions of place การใช้บุพบทบอกสถานที่
11. Prepositions/adverbs of time การใช้บุพบทบอกเวลา
12. Directions การบอกทิศทาง
13. Other prepositions / adjectives / conjunctions คำบุพบท / คำขยาย / คำเชื่อม ต่างๆ ที่สำคัญๆ
14. Shopping ช้อปปิ้ง
15. Jobs อาชีพต่างๆ

ลองเรียนออนไลน์คอร์สฟรี

ให้เริ่มต้นการเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์กับครูคริสผ่านออนไลน์คอร์สได้ที่
WWW.ENGLISHBYCHRIS.COM
สอบถามรายละเอียดได้จากแอดมินไลน์ @LINE ID = @EnglishbyChris
ขอบคุณที่อ่านบทความนี้จนจบนะครับ (แอบยาวใช้ได้เลยเนาะ…แหะๆ )
ขอเป็นกำลังใจในการเรียนภาษาอังกฤษ
จาก คริส